นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาเน้นย้ำถึงการปรับปรุงกระบวนการดูแลประชาชน โดยเฉพาะกรณีการลงทะเบียนสิทธิ์ต่างๆ ของรัฐ ซึ่งล่าสุด นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าสลดใจที่ประชาชนผู้สูงอายุและชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยต้องเดินทางไกลเพื่อไปยืนยันสิทธิ์ จนเกิดปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต
ในมุมมองของการบริหารงานภาครัฐ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าแม้จะเป็นวิธีที่ตรวจสอบความถูกต้องได้แม่นยำ แต่หากมองในด้านของการเข้าถึงสำหรับกลุ่มเปราะบาง วิธีการเดิมอาจสร้างความลำบากอย่างมหาศาล ดังนั้นแนวคิดที่ท่านนายกฯ ได้กำชับไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ลงพื้นที่จริงถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
เป้าหมายสูงสุดคือการไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การที่ นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการทำงานคือการคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก แทนที่จะรอให้ประชาชนเดินทางมาอุทธรณ์ด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นกลไกหลักในพื้นที่ควรต้องเป็นฝ่ายเข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ตกหล่น และให้ความช่วยเหลือถึงหน้าบ้าน เพื่อให้สวัสดิการของรัฐไปถึงมือผู้ที่ควรได้รับจริงๆ โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องระยะทางหรือสุขภาพมาเป็นตัวขวางกั้น
เหตุผลหลักที่ต้องเร่งดำเนินการเชิงรุก:
- เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางของกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง
- เพื่อให้การคัดกรองข้อมูลมีความแม่นยำและทั่วถึงมากขึ้น
- ลดขั้นตอนความยุ่งยากของประชาชนในการเตรียมเอกสารหรือเดินทางซ้ำซ้อน
- สร้างความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุด การที่ นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นั้นถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการสาธารณะที่ควรเป็นไปในทิศทางนี้ตั้งแต่นานแล้ว หวังว่าจากนี้ไปเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงรูปธรรมที่ทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้นอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรักษาสิทธิ์เพียงเล็กน้อยอีกต่อไป
ที่มา – “นายกฯ” ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ


