นิด้าโพล ชี้ กกต. จะต้องเผชิญศึกหนักกระบวนการทางกฎหมาย หลังมติคดีฮั้ว สว.

นิด้าโพลชี้ กกต. เผชิญศึกหนักคดีฮั้ว สว.

นิด้าโพลชี้ กกต. เผชิญศึกหนักคดีฮั้ว สว. หลังผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนสะท้อนว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้คาดการณ์อย่างชัดเจนต่อมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่มีมติส่งฟ้องคดีฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา 77 คน ซึ่งรวมถึง สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 26 คน

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจหัวข้อ “มติ กกต.” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจกระจายกลุ่มตัวอย่างตามภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ เพื่อสะท้อนมุมมองของประชาชนในภาพรวม

นิด้าโพลชี้ กกต. เผชิญศึกหนักคดีฮั้ว สว.

ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 34.27 ระบุว่าไม่เคยคาดการณ์อะไรเลยเกี่ยวกับมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ขณะที่ร้อยละ 21.00 มองว่ามติดังกล่าวตรงตามที่คาดการณ์ไว้มาก ส่วนร้อยละ 17.86 ระบุว่าไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้เลย นอกจากนี้ ร้อยละ 15.50 เห็นว่าค่อนข้างตรงตามที่คาดการณ์ไว้ และร้อยละ 10.84 ระบุว่าไม่ค่อยตรงตามที่คาดการณ์ไว้ ส่วนผู้ที่ไม่ทราบหรือไม่ตอบคำถามมีร้อยละ 0.53

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า สังคมยังมีความเห็นหลากหลายต่อทิศทางของคดี หลายคนอาจติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ากระบวนการตรวจสอบจะเดินหน้าไปในรูปแบบใด ขณะเดียวกัน ประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการพิจารณาจากหลายหน่วยงาน จึงทำให้ประชาชนบางส่วนเลือกที่จะรอดูข้อเท็จจริงและขั้นตอนต่อไป

นิด้าโพลชี้ กกต. เผชิญศึกหนักคดีฮั้ว สว. จากมุมมองประชาชน

เมื่อถามถึงความกังวลต่อความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นภายหลังมติ กกต. พบว่า ร้อยละ 35.34 ไม่กังวลเลย ขณะที่ร้อยละ 30.46 ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 19.16 ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 15.04 กังวลมาก ภาพรวมจึงสะท้อนว่าประชาชนมีทั้งกลุ่มที่มองว่าสถานการณ์ไม่น่าจะนำไปสู่ความวุ่นวาย และกลุ่มที่เชื่อว่าคดีอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในระยะต่อไป

ความแตกต่างของความคิดเห็นอาจเกิดจากการรับรู้ข่าวสารและมุมมองทางการเมืองที่ไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่บางคนกังวลว่าคดีอาจเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง ดังนั้น การสื่อสารข้อมูลอย่างรอบด้านและการเปิดเผยขั้นตอนตามกฎหมายจึงมีความสำคัญต่อการลดความเข้าใจผิด

สำหรับบุคคลหรือกลุ่มที่ประชาชนคาดว่าจะต้องเผชิญศึกหนักทางการเมืองและกระบวนการทางกฎหมาย พบว่า กกต. ชุดปัจจุบันได้รับการระบุมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35.57 รองลงมาคือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.53 และพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด ร้อยละ 25.42 ส่วนกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่จะถูกสั่งฟ้อง 77 คน มีร้อยละ 15.88

  • กกต. ชุดปัจจุบัน ร้อยละ 35.57
  • นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.53
  • พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด ร้อยละ 25.42
  • กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่จะถูกสั่งฟ้อง 77 คน ร้อยละ 15.88
  • พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.97
  • กลุ่ม สว. จำนวน 26 คนที่จะถูกสั่งฟ้อง ร้อยละ 8.24
  • พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ร้อยละ 7.86

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 13.66 ระบุว่าไม่ทราบหรือไม่ตอบคำถาม ร้อยละ 6.64 มองไปที่กลุ่ม สว. ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง ร้อยละ 4.58 ระบุถึงคุณสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และร้อยละ 2.14 ระบุถึงคุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์และไอลอว์

ประเด็นสำคัญของผลสำรวจไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขว่าใครจะต้องรับแรงกดดันมากที่สุด แต่ยังสะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมด้วย ผู้คนต้องการเห็นการตรวจสอบที่โปร่งใส มีหลักฐานชัดเจน และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดก็ตาม

หลังจากนี้ กระบวนการทางกฎหมายจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของคดี โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามขั้นตอน ขณะที่ กกต. ต้องเตรียมรับมือทั้งแรงกดดันจากสังคม คำถามทางการเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจของหน่วยงาน การนำเสนอข่าวจึงควรยึดข้อเท็จจริงและแยกแยะระหว่างข้อกล่าวหากับคำตัดสินที่ถึงที่สุด

ในมุมมองของผู้เขียน ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังรอข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่าการคาดเดา การติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและใช้วิจารณญาณจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคดีฮั้ว สว. อาจส่งผลต่อทั้งความเชื่อมั่นทางการเมืองและภาพลักษณ์ของกระบวนการเลือกตั้งในอนาคต

ที่มา – นิด้าโพล ชี้ กกต. จะต้องเผชิญศึกหนักกระบวนการทางกฎหมาย หลังมติคดีฮั้ว สว.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: