น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก
ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่หลายแห่งในประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งกำลังประสบกับ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่ทันได้ขนของหนีภัย นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายทั้งบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม
น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี สถานการณ์รุนแรง
วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่หมู่ที่ 1 บ้านท่ารากหวาย ตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมืองอุทัยธานี และหมู่ที่ 6 บ้านวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าน้ำจากภาคเหนือไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์มาถึงที่นี่ ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 60 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมหนัก ชาวบ้านหลายรายเล่าว่าพวกเขาเพิ่งฟื้นตัวจากน้ำท่วมรอบแรกในช่วงต้นเดือนกันยายนเท่านั้น แต่คราวนี้ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี มาอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันตั้งตัว

นายสำราญ แก้วซุง อายุ 70 ปี ชาวบ้านวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราพึ่งจะขัดคราบตะไคร่น้ำจากคราวที่แล้วออกหมด สุดท้ายน้ำก็มาท่วมใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว น้ำขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เวลา 22.30 น. เมื่อคืนวาน และดูท่าว่าจะสูงกว่าเดิม” เขาเล่าต่อว่าน้ำท่วมถึงถนนหน้าแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปซื้อของในตัวอำเภอเมืองและรับส่งลูกหลานไปโรงเรียน หากน้ำเพิ่มขึ้นอีก ถนนจะถูกตัดขาด ชาวบ้านต้องหันมาใช้เรือแทน
ผลกระทบจากน้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี
ไม่เพียงบ้านเรือนที่เสียหายเท่านั้น พื้นที่เกษตรกรรมก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน สวนกล้วยหอมและไร่กว่า 2,000 ไร่ถูกน้ำท่วมจมน้ำ ทำให้ผลผลิตเสียหายย่อยยับ นอกจากนี้ เครื่องมือการเกษตรอย่างรถอีแต๋นและรถไถนาก็ถูกน้ำท่วมขัง จนใช้งานไม่ได้เพราะน้ำมากะทันหัน ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเทโพ (อบต.) ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อนำไปสู่การเยียวยา
- บ้านเรือนท่วมกว่า 60 หลัง
- ไร่นาเสียหายกว่า 2,000 ไร่
- ถนนสายหลักถูกตัดขาด
- ชาวบ้านต้องใช้เรือในการเดินทาง
เหตุการณ์ น้ำท่วมรอบ 2 อุทัยธานี นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่ริมน้ำในฤดูฝน ชาวบ้านหลายคนสูญเสียทรัพย์สินและรายได้จากการเกษตร ทำให้ชีวิตประจำวันลำบากยิ่งขึ้น หน่วยงานรัฐควรมีแผนรับมือที่ชัดเจนมากกว่านี้ เช่น การสร้างคันกั้นน้ำหรือระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบในอนาคต
จากประสบการณ์ครั้งนี้ ชาวบ้านในอุทัยธานีได้เรียนรู้ที่จะเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติให้ดีขึ้น หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม แนะนำให้ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและเตรียมเสบียงอาหารและของใช้จำเป็นไว้ให้พร้อม สุดท้ายแล้ว ความช่วยเหลือจากชุมชนและรัฐบาลจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัย
ติดตามข่าวสารภัยพิบัติและเคล็ดลับป้องกันน้ำท่วมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – น้ำท่วมรอบ 2 ชาวบ้านที่อุทัยฯ ขนของหนีไม่ทัน เดือดร้อน 60 หลังคาเรือน ถนนถูกตัดขาด




