บิ๊กราญ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ประชุมด่วน สั่งการ 8 ข้อ ยก “ปายโมเดล” ปราบต่างด้าวทุกสัญชาติ ประกอบกิจการผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เดินทางไปประชุมติดตามการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น.

โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์การภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะพะงัน ร่วมประชุม โดยได้รับฟังสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และร่วมหารือกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญฯ มีข้อสั่งการ ดังนี้
- ในกลุ่มปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ให้หน่วยงานตำรวจบูรณาการกำลังหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบบุคคลและสถานที่เสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งกรณีมีการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกกรณี และเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด นำเอาโมเดลของ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.สุราษฎร์ธานี ไปปรับใช้ โดยดำเนินการตรวจสอบคนต่างด้าวในพื้นที่ให้เป็นในลักษณะป้องกันก่อนเกิดเหตุ ก่อนที่ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน โดยให้คำนึงถึงความสมดุลระหว่างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ และความมั่นคง
- ให้หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด จัดทำข้อมูลท้องถิ่น (IPB) ของบุคคลต่างด้าว ไม่จำกัดเฉพาะสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง เพื่อป้องกันการก่อปัญหาความเดือดร้อนของคนต่างชาติทุกสัญชาติ
- ให้หัวหน้าตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) การท่องเที่ยว เพื่อบูรณาการกำลังหน่วยงานภาครัฐและส่วนราชการในพื้นที่ ในการควบคุมการกระทำความผิดต่าง ๆ ของบุคคลต่างด้าว ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ป้องกันและอำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลต่างด้าว
- กรณีสถานที่ใดมีลักษณะปิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ แล้วประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ
- ให้ทุกหน่วย ได้แก่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด, ตำรวจท่องเที่ยว และสถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน ร่วมบูรณาการกำลังในการตรวจพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้มีแผนการตรวจที่มีลักษณะเหลื่อมเวลากัน เพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ให้ทุกส่วนราชการบังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบโดยเคร่งครัด ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นบุคคลสัญชาติใดหรือศาสนาใด
- ให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานีช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวได้ขับเคลื่อนตามนโยบายและความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้บรรยากาศของการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยดี ส่งผลดีกับนักท่องเที่ยวทุกชาติที่เดินทางมาในประเทศไทย ตลอดจนการสร้างความมั่นใจของผู้ประกอบการสถานประกอบการชาวไทย ในการให้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างดี.
บิ๊กราญ ลงสุราษฎร์ ยก “ปายโมเดล” ปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย”
ประเด็นร้อนแรงที่กำลังเป็นที่จับตามองในขณะนี้คือการที่ บิ๊กราญ ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี พร้อมยก “ปายโมเดล” เพื่อจัดการปัญหาปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย” การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตรวจตรา แต่เป็นการวางแผนและสั่งการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทำไมต้อง “ปายโมเดล” ในการ ปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย”
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็น “ปายโมเดล” โมเดลนี้มีชื่อเสียงในการจัดการปัญหาที่คล้ายคลึงกันในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประสบความสำเร็จในการจัดระเบียบและควบคุมกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การนำโมเดลนี้มาปรับใช้ในเกาะพะงันและสมุยจึงเป็นความหวังในการแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานาน
การประชุมที่สุราษฎร์ธานีมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ข้อสั่งการทั้ง 8 ข้อของ พล.ต.อ.สำราญฯ ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การจัดทำข้อมูลบุคคลต่างด้าว ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน
เป้าหมายหลักของการดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย” เพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความมั่นคงของประเทศ การสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมและการส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไทย ทำให้การท่องเที่ยวในเกาะพะงันและสมุยเป็นไปอย่างยั่งยืน
การแก้ไขปัญหาปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกฝ่าย เชื่อว่าจะสามารถทำให้เกาะสวรรค์แห่งนี้กลับมาสวยงามและปลอดภัยสำหรับทุกคน
ที่มา – บิ๊กราญ ลงสุราษฎร์ ยก “ปายโมเดล” ปราบต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย “เกาะพะงัน-สมุย”





