พลเอกเกรียงไกร ตอบกลับคนพาดพิง รัฐประหารร้อยครั้ง ไม่เท่ากับฮั้ว สว. ชี้ เป็นกระบวนการตามกฎหมาย ลั่นไม่ขายชาติ ขายแผ่นดินแน่นอน เหมือนคดีที่ถูกศาลวินิจฉัยไปแล้ว
วันที่ 2 กันยายน 2568 พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ในรายการออนไลน์รัฐสภา “เปิดทุกมุมมอง สไตล์ สว. รั้วของชาติ สู่รั้วรัฐสภา” เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงกรณีที่มีฝ่ายการเมืองออกมาพาดพิงว่า “การรัฐประหารร้อยครั้ง ไม่เท่ากับการฮั้วเลือก สว. เพียงครั้งเดียว” โดยระบุว่า ความจริงตนไม่อยากพูดถึงเรื่องการเมือง แต่คดีฮั้ว สว. อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวนไต่สวน พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ขายชาติขายแผ่นดินแน่นอน เพราะการขายชาติขายแผ่นดิน มีเรื่องให้ศาลวินิจฉัยไปแล้ว
ทั้งนี้ พลเอกเกรียงไกร เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2506 ปัจจุบันอายุ 61 ปี ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 22 (ตท.22) และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 33 (จปร.33) เริ่มรับราชการครั้งแรกที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 25 (ร.25 พัน 3) ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี
พล.อ.เกรียงไกร มีการทำงานที่สำคัญ ชีวิตราชการเติบโตอยู่ในกองทัพภาคที่ 4 มาตลอด ก่อนจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อ 1 ต.ค.2563 โดยรับภารกิจใหญ่ดับไฟใต้ รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด และเคยได้รับการแต่งตั้งจากนายอนุทินให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2566 และได้ลงสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ในกลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง โดยได้รับเลือกมาเป็นลำดับที่ 1 และได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สว.สายสีน้ำเงิน” ให้เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง
“บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย
จากกรณีที่มีการกล่าวถึงเรื่อง “บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย พลเอกเกรียงไกรได้ออกมาตอบโต้ถึงประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย และตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายชาติขายแผ่นดิน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.
สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้ว สว. กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของ กกต. ซึ่งพลเอกเกรียงไกรได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ พลเอกเกรียงไกรยังได้กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 อีกด้วย
การออกมาตอบโต้ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพลเอกเกรียงไกรในการปกป้องชื่อเสียงของตนเอง และยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ
เรื่องนี้ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และต้องติดตามต่อไปว่าผลการสอบสวนของ กกต. จะออกมาในทิศทางใด และจะมีผลกระทบต่อสถานะของพลเอกเกรียงไกรในวุฒิสภาอย่างไรบ้าง
การที่พลเอกเกรียงไกรออกมาโต้ตอบเรื่อง “บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในบ้านเมือง
ประเด็นการ “บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย นั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม การออกมาให้ข้อมูลของพลเอกเกรียงไกรในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่ง และสามารถนำไปประกอบการพิจารณาได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น
การที่สังคมให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
ในปัจจุบันเรื่องราวของ “บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย ยังเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และหลายฝ่ายกำลังจับตาดูความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ที่มา – “บิ๊กเกรียง” โต้กลับคดีฮั้ว สว. ไม่ขายชาติ เหมือนคดีที่ศาลเพิ่งวินิจฉัย


