พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดหลายราย พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และไทยจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ของตนเองต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงกรณีของเชลยศึกชาวกัมพูชาจำนวน 18 ราย โดยยืนยันว่าจะยังไม่ปล่อยตัว เนื่องจากต้องการใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังไม่ได้ยุติความเป็นปรปักษ์ต่อไทยอย่างสิ้นเชิง พร้อมย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและหลักการ ไม่ได้เป็นการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือกรณีที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมากล่าวว่า หากไทยต้องการปิดด่าน 100 ปี ก็สามารถทำได้ ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ได้ตอบคำถามในประเด็นนี้ว่า สื่อมวลชนน่าจะเข้าใจความหมายของการกระทำดังกล่าวดี และขอให้พิจารณารายละเอียดในปฏิญญา Joint Declaration ที่มีการระบุถึงการงดเว้นการยั่วยุและการแสดงความมุ่งมั่นที่จะไปสู่สันติภาพ
บิ๊กเล็กสบายใจ ฮุนเซนท้าปิดด่าน 100 ปี
พล.อ.ณัฐพล กล่าวเสริมว่า ตนเองเคยกล่าวไว้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดคุยเรื่องการเปิดด่านกับตนเองอีกต่อไป เนื่องจากประชาชนชาวไทยไม่ต้องการ และเมื่อสมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า 100 ปี ไม่ต้องเปิดด่าน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าตนเองรู้สึกบิ๊กเล็กสบายใจ ฮุนเซนท้าปิดด่าน 100 ปี เพราะจะได้ไม่ต้องพูดคุยในประเด็นนี้อีกต่อไป นี่คือจุดยืนที่ชัดเจนและเด็ดเดี่ยวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ทำไมบิ๊กเล็กรู้สึกสบายใจกับท่าทีของฮุนเซน?
ความรู้สึกบิ๊กเล็กสบายใจ ฮุนเซนท้าปิดด่าน 100 ปี นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายกับปัญหาชายแดนที่ยืดเยื้อและการขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจากฝ่ายกัมพูชา การที่สมเด็จฮุน เซน ออกมากล่าวในลักษณะดังกล่าว ทำให้ พล.อ.ณัฐพล มองว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากัมพูชาไม่ต้องการที่จะเจรจาหรือประนีประนอมในเรื่องนี้อีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สบายใจกว่าที่จะไม่ต้องเสียเวลาและทรัพยากรในการพูดคุยที่ไร้ผล
การยืนยันว่าจะไม่ปล่อยตัวเชลยศึกทั้ง 18 นาย ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงความแข็งกร้าวในการดำเนินนโยบายต่อกัมพูชาของรัฐบาลไทย แม้ว่าอาจจะถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร แต่รัฐบาลไทยมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการกระทำของกัมพูชาที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ
ประเด็นเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คาราคาซังมานาน การที่กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้ไทยต้องดำเนินการเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชายังคงมีความตึงเครียดและเต็มไปด้วยความท้าทาย การที่บิ๊กเล็กสบายใจ ฮุนเซนท้าปิดด่าน 100 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกสิ้นหวังในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และอาจนำไปสู่การดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวมากยิ่งขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม การรักษาสันติภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดนยังคงเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ทั้งสองประเทศควรให้ความสำคัญ
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การเจรจาและการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี
ที่มา – “บิ๊กเล็ก” ลั่น สบายใจ หลัง “ฮุน เซน” ท้าปิดด่าน 100 ปี ยัน ไม่ปล่อย 18 เชลยศึก


