สืบ 6 ประสานตำรวจวังทอง ปีนรั้วเข้าช่วยเหลือคุณยายวัย 80 ปี บุกช่วยยายวัย 80 ถูกแก๊งคอลฯ หลอก ไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจจริง พบว่าถูกหลอกให้ถอนเงิน 14 ล้านบาทเพื่อซื้อทองคำแท่ง แต่สุดท้ายผู้เสียหายขายคืนทองได้กำไรกว่า 9 แสนบาท!
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผบช.น. และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.น.6 ประสานกับ สน.วังทองหลาง เพื่อเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในซอยลาดพร้าว 64 แยก 8 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้รับการประสานงานจากชุดสืบสวน บก.น.6 ให้เข้าช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหาย คือ คุณยาย อายุ 80 ปี ที่กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยหลอกอดีตข้าราชการเกษียณ อายุ 70 ปี ซึ่งมีเงินเก็บกว่า 14 ล้านบาท โดยมิจฉาชีพเหล่านี้อ้างว่าต้องการตรวจสอบเงินในบัญชีเนื่องจากพัวพันกับการฟอกเงิน
บุกช่วยยายวัย 80 ถูกแก๊งคอลฯ หลอก
หญิงรายดังกล่าวหลงเชื่อและโอนเงินไปจำนวน 410,033 บาท หลังจากนั้นบัญชีก็ถูกอายัด ต่อมาถูกหลอกให้ถอนเงิน 14 ล้านบาท เพื่อทยอยซื้อทองคำแท่งในช่วงราคาบาทละประมาณ 60,000 บาท รวม 250 บาท คิดเป็นมูลค่า 15,410,033 บาท แต่โชคดีที่ทองคำแท่งยังอยู่ครบ และคนร้ายไม่ได้เอาไป ผู้เสียหายจึงนำทองคำแท่งไปขายคืนในช่วงราคาบาทละ 67,000 บาท ได้เงิน 16,750,000 บาท ทำให้ได้กำไร 1,339,967 บาท เมื่อหักลบกับเงินที่โอนไปก่อนหน้านี้ 410,033 บาท ยังคงเหลือกำไรกว่า 929,934 บาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมีการจับกุมนายถังหมิงหยิน (MR.TANG MING YIN) อายุ 45 ปี สัญชาติฮ่องกง ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยการอนุญาตสิ้นสุด”
ปฏิบัติการบุกช่วยยายวัย 80 ถูกแก๊งคอลฯ หลอก
จากกรณีดังกล่าว ชุดสืบสวนได้ติดตามกล้องวงจรปิดเพื่อช่วยเหลือคุณยายวัย 80 ปี ที่ถูกผู้ต้องหาหลอกเอาทรัพย์สินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกซ้ำ โดยคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.น.6 พยายามติดต่อผู้เสียหาย แต่รออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ยังไม่ออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปีนข้ามรั้วเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยเหลือ เนื่องจากผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 จำนวน 1,980,000 บาท ที่โรงพยาบาลรามคำแหง และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เป็นทองคำ 10 บาท และเงินสด 1,010,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาที่บ้านเป็นตำรวจจริง
จากการสอบถาม ผู้เสียหายยอมรับว่าได้ยินเสียงเรียกอยู่หน้าบ้าน แต่ไม่กล้าออกมาเพราะกลัวว่าเป็นตำรวจปลอม ในขณะนั้นกำลังคุยโทรศัพท์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจึงยอมออกมาจากบ้าน และเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง ผู้เสียหายปลอดภัย ไม่ถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีก โดยได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง และพาไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จึงขอประชาสัมพันธ์พฤติการณ์ของคนร้ายเพื่อแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อขอตรวจสอบทรัพย์สิน โดยการหลอกลวงให้โอนเงินและส่งมอบทรัพย์สิน เพราะอาจเป็นอุบายของมิจฉาชีพที่ต้องการบุกช่วยยายวัย 80 ถูกแก๊งคอลฯ หลอก
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในสังคมของเรา การรู้เท่าทันกลโกงและวิธีการหลอกลวงของพวกเขาจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากมีใครโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่และขอข้อมูลส่วนตัว หรือขอให้โอนเงิน อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ที่มา – บุกช่วยยายวัย 80 ถูกแก๊งคอลฯ หลอก ไม่เชื่อเป็นตำรวจจริงต้องปีนข้ามรั้วเข้าไปอธิบาย




