รองโฆษกประชาธิปัตย์ แนะ รัฐบาลปรับปรุงกฎกระทรวงพลังงาน ใช้ระบบตรวจจับแบบเรียลไทม์

ประชาธิปัตย์แนะปรับกฎพลังงานใช้ระบบเรียลไทม์

ประชาธิปัตย์แนะปรับกฎพลังงานใช้ระบบเรียลไทม์ หลังเกิดเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วซึมในพื้นที่ถนนเชื้อเพลิง เขตคลองเตย โดยมีการพบรอยร้าวขนาดประมาณ 6.6 เซนติเมตรบริเวณปลอกครอบท่อ เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายกลับมาให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งน้ำมันใต้ดิน ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชน ถนนสาธารณะ และพื้นที่ที่มีประชาชนใช้ชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก

น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพท่อส่งน้ำมันทั้งระบบ ไม่ควรจำกัดการแก้ไขอยู่เพียงจุดที่พบปัญหาเท่านั้น เพราะท่อส่งน้ำมันมีอายุการใช้งาน สภาพแวดล้อม และแรงดันภายในที่แตกต่างกัน การตรวจสอบเชิงป้องกันจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดเหตุรั่วไหลหรืออุบัติเหตุรุนแรงในอนาคต

ประชาธิปัตย์แนะปรับกฎพลังงานใช้ระบบเรียลไทม์

ข้อเสนอสำคัญคือการปรับปรุงกฎกระทรวงเกี่ยวกับระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความเสี่ยงในปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวท่อ จุดเสี่ยง ผลการตรวจสอบ และแนวทางรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ชุมชนสามารถเตรียมตัวได้ดีขึ้น

ประชาธิปัตย์แนะปรับกฎพลังงานใช้ระบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัย

ข้อเสนอของรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายด้าน เริ่มจากการกำหนดให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตขนส่งน้ำมันทางท่อติดตั้งสัญลักษณ์บ่งชี้เหนือผิวจราจรตลอดแนวท่อ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงทราบว่าใต้พื้นดินมีท่อขนส่งวัตถุอันตรายอยู่ สัญลักษณ์ดังกล่าวควรมองเห็นได้ง่าย มีข้อมูลติดต่อหน่วยงานรับผิดชอบ และได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ตลอดเวลา

การมีเครื่องหมายที่ชัดเจนยังช่วยให้หน่วยงานก่อสร้าง ผู้รับเหมา และประชาชนทั่วไปเพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องขุดเจาะหรือดำเนินงานบนพื้นผิวถนน เพราะการทำงานโดยไม่ทราบตำแหน่งของแนวท่ออาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและนำไปสู่การรั่วไหลของน้ำมันได้ นอกจากนี้ สัญลักษณ์ดังกล่าวยังช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การตรวจสอบท่อด้วย intelligent pigging

อีกหนึ่งข้อเสนอคือการกำหนดให้มีการทดสอบ intelligent pigging ตลอดแนวท่อทุก 2 ปี เทคโนโลยีนี้ช่วยตรวจสอบสภาพภายในท่อ โดยสามารถค้นหาความผิดปกติ เช่น รอยร้าว การกัดกร่อน ความหนาของผนังท่อที่ลดลง หรือความเสียหายจากแรงกระแทกได้อย่างละเอียด การตรวจสอบตามรอบเวลาที่แน่นอนจะช่วยให้ผู้ประกอบการพบปัญหาก่อนที่จะพัฒนาไปสู่เหตุรั่วไหลขนาดใหญ่

สิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจคือข้อเสนอให้เปิดเผยผลการทดสอบต่อสาธารณะอย่างเหมาะสม ข้อมูลอาจนำเสนอในรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่าย โดยระบุวันตรวจสอบ จุดที่พบความเสี่ยง ระดับความรุนแรง วิธีแก้ไข และกำหนดเวลาติดตามผล การเปิดข้อมูลไม่ได้หมายความว่าจะสร้างความตื่นตระหนกเสมอไป หากสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงและมีคำแนะนำที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น

ระบบตรวจจับการรั่วไหลแบบเรียลไทม์

หัวใจสำคัญของข้อเสนอคือการติดตั้งระบบตรวจจับการรั่วไหลแบบเรียลไทม์ หรือ Real-time Continuous Leak Detection System ตลอดแนวท่อ ระบบลักษณะนี้สามารถติดตามแรงดัน อัตราการไหล อุณหภูมิ และสัญญาณผิดปกติจากท่ออย่างต่อเนื่อง เมื่อค่าที่ตรวจวัดได้เปลี่ยนแปลงผิดจากปกติ ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันที ทำให้สามารถหยุดการส่งน้ำมัน ปิดวาล์ว และเข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัยได้รวดเร็วขึ้น

ประโยชน์ของการตรวจจับแบบเรียลไทม์ไม่ได้มีเพียงการลดเวลาตอบสนองเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบเห็นแนวโน้มความผิดปกติและวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังได้ หากพบแรงดันลดลงซ้ำในจุดเดิม หรือมีรูปแบบการไหลที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานปกติ เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนตรวจสอบเชิงลึกก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง ระบบควรเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมที่มีเจ้าหน้าที่ประจำ พร้อมกำหนดขั้นตอนแจ้งเตือนและการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างชัดเจน

  • ติดตั้งสัญลักษณ์บ่งชี้แนวท่อให้เห็นได้ชัดเจนตลอดเส้นทาง
  • ตรวจสอบท่อด้วย intelligent pigging อย่างน้อยทุก 2 ปี
  • เปิดเผยผลการตรวจสอบและข้อมูลความเสี่ยงต่อประชาชน
  • ติดตั้งระบบตรวจจับการรั่วไหลแบบเรียลไทม์ตลอดแนวท่อ
  • จัดทำแผนฉุกเฉินและฝึกซ้อมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น

มาตรฐานการซ่อมแซมและการทดสอบแรงดัน

นอกจากการป้องกันแล้ว ความปลอดภัยระหว่างการซ่อมแซมก็เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากภายในท่ออาจยังมีน้ำมันตกค้างอยู่ เจ้าหน้าที่และบริษัทผู้รับผิดชอบจึงต้องควบคุมพื้นที่ ป้องกันประกายไฟ จัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง และกำหนดระยะปลอดภัยสำหรับประชาชนที่อาศัยหรือสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว การสื่อสารกับชุมชนก่อนเริ่มงานจะช่วยลดความสับสนและทำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

หลังการซ่อมแซม ยังต้องมีการทดสอบท่อด้วยแรงดันตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พ.ศ. 2564 และมาตรฐาน ASME B31.4 ซึ่งระบุว่าการทดสอบต้องใช้แรงดันไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของแรงดันที่ท่อออกแบบไว้ และต้องคงแรงดันไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง การปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดจะช่วยยืนยันว่าท่อสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐาน

กรณีท่อส่งน้ำมันรั่วซึมในคลองเตยจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเหตุเฉพาะจุด แต่ควรใช้เป็นโอกาสยกระดับระบบกำกับดูแลทั้งประเทศ หน่วยงานรัฐควรกำหนดมาตรฐานกลางที่ตรวจสอบได้ บริษัทผู้ประกอบการควรรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของชุมชนอย่างจริงจัง และประชาชนควรเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุรุนแรงก่อน

ในมุมมองของผู้เขียน การนำระบบตรวจจับแบบเรียลไทม์มาใช้ควบคู่กับการตรวจสอบท่อเป็นระยะ การเปิดเผยข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างระบบขนส่งน้ำมันที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้มากขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ข้อเสนอของประชาธิปัตย์จะไม่ใช่เพียงแนวคิดทางการเมือง แต่สามารถพัฒนาเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ช่วยปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา – รองโฆษกประชาธิปัตย์ แนะ รัฐบาลปรับปรุงกฎกระทรวงพลังงาน ใช้ระบบตรวจจับแบบเรียลไทม์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: