วันนี้เราจะมาสำรวจประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 โดยวุฒิสภา หรือ สว. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เสนอชื่อนี้ รวมถึงนายจิรุตม์ วิศาลจิตร เพื่อแทนที่ตำแหน่งที่ว่างลงตามวาระ หากคุณสนใจเรื่องการเมืองและการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประวัติ มณฑล สุดประเสริฐแบบละเอียดยิบเลยทีเดียว

ประวัติ “มณฑล สุดประเสริฐ”
นายมณฑล สุดประเสริฐ อายุ 65 ปี เป็นข้าราชการผู้มากประสบการณ์ โดยประวัติ มณฑล สุดประเสริฐเริ่มต้นจากการศึกษาที่แข็งแกร่งในสายวิศวกรรมและบริหาร เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาโยธา จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ปริญญาโทวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสุขาภิบาล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตจากจุฬาฯ เช่นกัน นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรชั้นนำมากมาย เช่น วปอ. 2552 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรนักบริหารระดับกลางรุ่นที่ 9 จากกรมโยธาธิการ หลักสูตรนักปกครองระดับสูงรุ่นที่ 48 จากกระทรวงมหาดไทย หลักสูตรบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชนรุ่นที่ 6 จากสถาบันพระปกเกล้า รวมถึงทุน ก.พ. ไปอบรม Thai Senior Executive Development Program ที่ Nation Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ในญี่ปุ่น และหลักสูตรอื่นๆ อีกมากมายที่แสดงถึงความรู้รอบด้านทั้งด้านเทคนิคและการบริหาร
การศึกษาที่ปูพื้นฐานให้ประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ
- ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (โยธา) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
- ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สุขาภิบาล) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วปอ. 2552 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- วุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา
- หลักสูตรนักบริหารระดับกลาง รุ่นที่ 9 กรมโยธาธิการ
- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 48 กระทรวงมหาดไทย
- หลักสูตรบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 6 สถาบันพระปกเกล้า
- ทุน ก.พ. Thai Senior Executive Development Program ญี่ปุ่น
- โครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง (นบส.2) รุ่นที่ 3
- Director Accreditation Program (DAP) ปี 2547
เส้นทางการทำงานของ มณฑล สุดประเสริฐ
เส้นทางอาชีพของนายมณฑล สุดประเสริฐเต็มไปด้วยตำแหน่งสำคัญในภาครัฐ โดยเฉพาะด้านโยธาธิการและการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับบทบาท กกต. ที่ต้องดูแลความโปร่งใสในการเลือกตั้ง
- 2564 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน)
- 2562 – 2563: อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ก่อนย้ายกลับกรมโยธาฯ)
- 2555 – 2563: อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
- 2553 – 2555: รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
- 2552 – 2553: ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง
- 2551 – 2552: ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง
- 2548 – 2551: วิศวกรวิชาชีพ 9 วช. (วิศวกรรมโยธา) สำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ กรมโยธาธิการและผังเมือง
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ประวัติ มณฑล สุดประเสริฐโดดเด่นในด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการวิกฤต ซึ่ง กกต. ต้องการบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูง หาก สว. ให้ความเห็นชอบในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เขาจะมาแทนที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระ 7 ปี

สว. พิจารณาให้ความเห็นชอบประวัติ มณฑล สุดประเสริฐ หรือไม่
การประชุมครั้งนี้ยังมีวาระอื่นที่น่าจับตา เช่น การตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ นายยุทธนา สาโยชนกร เพื่อเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ เพื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน บทบาทของ กกต. มีความสำคัญยิ่งต่อระบบประชาธิปไตยไทย เพราะต้องรับผิดชอบการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเป็นธรรม ประวัติการทำงานในกรมโยธาฯ และกรมป้องกันภัยของนายมณฑล แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการวางแผนและจัดการทรัพยากร ซึ่งอาจช่วยยกระดับการจัดการเลือกตั้งในอนาคตได้
จากประวัติที่ยาวนานและการศึกษาที่ครบครัน เชื่อว่านายมณฑล สุดประเสริฐ มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ หาก สว. เห็นชอบ ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับวงการเลือกตั้งไทย ติดตามผลการลงมติและข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเราเลยนะ!
ที่มา – ประวัติ “มณฑล สุดประเสริฐ” สว. พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็น “กกต.” หรือไม่ 26 ก.พ.นี้


