รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น 'เข้าสู่สงครามเปิด' กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน ถล่มคาบูล

สถานการณ์ชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถานกำลังร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ล่าสุด ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถานประกาศกร้าวชัดเจน โดยสั่งปฏิบัติการทางอากาศถล่มกรุงคาบูลและเมืองสำคัญหลายแห่ง เพื่อตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มตาลีบัน ข่าวนี้สร้างความกังวลให้กับภูมิภาคเอเชียใต้และนานาชาติอย่างมาก

ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถาน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศของเขาอยู่ในภาวะ “สงครามแบบเปิด” กับอัฟกานิสถานแล้ว ความอดทนของปากีสถานหมดลง หลังจากเกิดการปะทะรุนแรงข้ามพรมแดนมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะเคยตกลงหยุดยิงแบบเปราะบางในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่การเจรจาไม่เคยนำไปสู่ข้อตกลงถาวรได้

นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ย้ำยืนยันว่ากองทัพปากีสถานพร้อมเต็มที่ในการบดขยี้ศัตรูทุกชนิด และจะไม่ยอมประนีประนอมกับการคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ปากีสถานมองว่าตาลีบันในอัฟกานิสถานปล่อยปละละเลยให้กลุ่ม Tehrik-i-Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ต่อต้านปากีสถาน ใช้ดินแดนอัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่นในการโจมตี

การโจมตีของตาลีบันและการตอบโต้ทันที

ก่อนเกิดเหตุใหญ่ ฝ่ายตาลีบันอ้างว่าดำเนินปฏิบัติการตอบโต้เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันพฤหัสบดี โดยยึดจุดตรวจทหารปากีสถานได้ 19 แห่ง ฐานทัพอีก 2 แห่ง และสังหารทหารปากีสถาน 55 นาย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งอิสระ

กองทัพปากีสถานโต้แย้งทันทีว่า ตาลีบันเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนโดยไม่มีเหตุผลยั่วยุ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดไคเบอร์ปัคตูนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นปากีสถานจึงเปิดปฏิบัติการทางอากาศใส่เป้าหมายในคาบูล กันดาฮาร์ และปักติกา เมื่อเช้ามืดวันศุกร์

พล.ต.อาห์เหม็ด ชารีฟ เชาดรี โฆษกกองทัพปากีสถาน ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จ โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารของอัฟกานิสถาน 22 แห่ง สังหารนักรบตาลีบันกว่า 200 คน ขณะที่ฝั่งปากีสถานมีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 12 นาย

พื้นหลังความขัดแย้งยาวนาน

ความตึงเครียดระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานมีรากเหง้าลึกซึ้งมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะหลังจากตาลีบันยึดอำนาจอัฟกานิสถานในปี 2021 ปากีสถานหวังว่าตาลีบันจะช่วยกวาดล้าง TTP ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกจากตาลีบันอัฟกานิสถาน แต่กลับกลายเป็นว่าตาลีบันอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงแก่ TTP ทำให้เกิดการโจมตีข้ามพรมแดนบ่อยครั้ง

  • ปากีสถานเคยดำเนินปฏิบัติการทางอากาศในอัฟกานิสถานหลายครั้งตั้งแต่ปี 2022
  • การเจรจาสันติภาพล้มเหลวซ้ำซาก
  • ชายแดน Durand Line ซึ่งยาว 2,640 กม. เป็นจุดปะทะหลัก

นอกจากนี้ ปากีสถานยังกังวลเรื่องผู้ลี้ภัยอัฟกานิสถานกว่า 1.7 ล้านคนในดินแดนของตน ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน

ผลกระทบและความเสี่ยงในภูมิภาค

การที่ ปากีสถานเข้าสู่สงครามเปิดกับอัฟกานิสถาน อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในเอเชียใต้ จีนซึ่งมีโครงการ CPEC ในปากีสถานอาจได้รับผลกระทบ อินเดียที่เป็นคู่อริปากีสถานอาจฉวยโอกาสขยายอิทธิพล ขณะที่นานาชาติอย่างสหรัฐฯ และรัสเซียจับตาด้วยความกังวล เนื่องจากอาจจุดชนวนผู้ก่อการร้ายล้นทะลัก

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปากีสถานมีข้อได้เปรียบทางอากาศและอาวุธ แต่ภูมิประเทศอัฟกานิสถานที่ขรุขระและการสนับสนุนจากปากีสถานในอดีตต่อตาลีบัน อาจทำให้สงครามยืดเยื้อ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ ภูมิภาคนี้อาจเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – รมว.กลาโหมปากีสถานลั่น “เข้าสู่สงครามเปิด” กับอัฟกานิสถาน หลังเปิดฉากถล่มคาบูล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: