เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวของ ผวาสุสานยิว เจ้าของบ่อกุ้งหาแพมาจับกลางวันแทน กังขาไหนว่าห้ามฝังศพแล้ว ในพื้นที่ตำบลเสม็ดใต้ จังหวัดฉะเชิงเทรากันมาบ้างแล้ว ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาชาวบ้านในละแวกนั้นต่างหวาดผวาและตั้งคำถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดพื้นที่ดังกล่าวถึงยังคงมีความเคลื่อนไหว ทั้งที่เคยมีการยืนยันไปแล้วว่าไม่มีการต่อใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานแต่อย่างใด
สถานการณ์ชวนขนลุกกับความสงสัย ผวาสุสานยิว เจ้าของบ่อกุ้งหาแพมาจับกลางวันแทน กังขาไหนว่าห้ามฝังศพแล้ว
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบศพภายในพื้นที่ดังกล่าวถึง 4 ศพ ท่ามกลางความสงสัยของคนในพื้นที่ว่าทำไมจึงยังมีศพเพิ่มขึ้น ทั้งที่ทางอำเภอได้ประกาศห้ามสร้างสุสานและห้ามทำรั้วไปก่อนหน้านี้ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ความหวาดกลัวทางใจเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงการทำมาหากินของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ข้างเคียงอีกด้วย
ผลกระทบต่ออาชีพและการใช้ชีวิต
เจ้าของบ่อกุ้งที่ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ที่เป็นประเด็นเล่าให้ฟังด้วยความกังวลว่า เดิมทีตนต้องมีการจับกุ้งตามรอบการผลิต ซึ่งตามปกติแล้วมักจะมีการระดมทีมแพกุ้งเข้ามาช่วยในช่วงกลางคืนเพื่อให้ทันต่อเวลาขนส่ง แต่เมื่อเกิดกระแส ผวาสุสานยิว เจ้าของบ่อกุ้งหาแพมาจับกลางวันแทน กังขาไหนว่าห้ามฝังศพแล้ว ขึ้นมา ทำให้เขาต้องยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานใหม่ทั้งหมด
- ต้องเปลี่ยนจากการจับกุ้งกลางคืนมาเป็นกลางวัน
- ทีมแพกุ้งต้องปรับตารางเวลาเพื่อความสบายใจของทุกคน
- ชาวบ้านส่วนใหญ่เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนเพราะความหวาดกลัว
ความลำบากใจของชาวบ้านไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การที่ต้องมาเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเพราะความไม่ชัดเจนของหน่วยงานรัฐนั้น เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ
ในมุมมองของผม สิ่งที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่แค่คำอธิบาย แต่คือความชัดเจนและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้คนในชุมชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องคอยหวาดระแวงกับสิ่งที่มองไม่เห็น หรือกังวลว่าจะมีอะไรเพิ่มขึ้นมาในสุสานปริศนาแห่งนี้อีก หวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำตอบที่กระจ่างแก่สังคมโดยเร็วครับ
ที่มา – ผวาสุสานยิว เจ้าของบ่อกุ้งหาแพมาจับกลางวันแทน กังขาไหนว่าห้ามฝังศพแล้ว

