ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ 'ไทย-กัมพูชา' ห่วง 'ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ'

ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ ไทย-กัมพูชา ห่วงข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ “ไทย-กัมพูชา” ห่วง “ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ” ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศและผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างมาก ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนสามารถจุดชนวนความขัดแย้งได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลแพร่กระจายเร็วราวกับไฟลามทุ่ง

ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ “ไทย-กัมพูชา” ห่วง “ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ”

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.ประภาส ได้กล่าวถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดน โดยเน้นย้ำว่าห่วงเรื่องข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงและบิดเบือน ซึ่งอาจนำไปสู่การยั่วยุให้เกิดความตึงเครียด ศูนย์ข่าวสารฯ จึงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนนำเสนอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลจริงที่ผ่านการ fact check อย่างละเอียด

ท่านผอ.ย้ำชัดว่าทุกข้อมูลที่ศูนย์นำเสนอ ล้วนผ่านการตรวจสอบแล้ว และไม่มีเจตนายั่วยุหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด เป้าหมายหลักคือเดินหน้าสู่สันติภาพ เพราะการปะทะกันไม่ได้นำความสุขมาสู่两国ใดๆ ในด้านความมั่นคง ศูนย์มีฮอตไลน์ติดต่อกับฝั่งกัมพูชาเพื่อยืนยันข้อมูล แม้บางครั้งข้อมูลอาจเล็ดลอดเนื่องจากข้อจำกัด แต่ก็ขอให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น

กรณีฮุนมาเนตปูดถกเขตแดนหลังสงกรานต์

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่าจะมีการเจรจาขอคืนพื้นที่หลังสงกรานต์ พล.อ.อ.ประภาส ชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต้องยึดตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ระบุว่าใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น การเจรจาจะต้องรอเวทีคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา (JBC) ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังไทยมีรัฐบาลใหม่ราวเดือนเมษายน ดังนั้นไม่ว่าจะมีใครพูดอะไร ก็ต้องอยู่ในกรอบถ้อยแถลงร่วม รวมถึงข้อ 9-10 เรื่องปฏิบัติตามสนธิสัญญาออตตาวาเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบสแกรมเมอร์ และข้อ 16 ที่ตั้งศูนย์ประสานงานแลกเปลี่ยนข่าวสารเพื่อป้องกันการยั่วยุ

ทำไม “ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ” ถึงอันตรายต่อไทย-กัมพูชา

ในยุคดิจิทัล ข่าวปลอมแพร่กระจายง่ายมาก โดยเฉพาะประเด็นชายแดนที่敏感 สามารถกระตุ้นอารมณ์ชาตินิยมได้ทันที ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือเข้าใจผิดได้ ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ “ไทย-กัมพูชา” ห่วง “ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ” จึงย้ำถึงความจำเป็นของ fact check ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการกรองข้อมูลจริงจากเท็จ นอกจากนี้ การมีฮอตไลน์ระหว่างกันยังช่วยลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจ

  • ยึดถ้อยแถลงร่วม 2568: ข้อ 2 กำหนดสถานะปัจจุบัน
  • สนธิสัญญาออตตาวา: ร่วมเก็บกู้ระเบิด
  • ปราบสแกรมเมอร์: ลดข่าวปลอม
  • ศูนย์ประสานงาน: แลกเปลี่ยนข้อมูลทันที

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบันยังคงเปราะบาง แต่ด้วยความพยายามของศูนย์ข่าวสารฯ ทำให้มีโอกาสสู่สันติภาพมากขึ้น หากทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

จากมุมมองของเรา สันติภาพคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งไทยและกัมพูชา การค้าขาย ท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ประชาชนต้องมาก่อนดราม่าชายแดน ชวนทุกท่านติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และช่วยกัน fact check เพื่อสังคมที่สงบสุข

ที่มา – ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ “ไทย-กัมพูชา” ห่วง “ข่าวบิดเบือน-ยั่วยุ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: