ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงซบเซา ผู้ประกอบการ รปภ. จี้รัฐทบทวนค่าล่วงเวลาใหม่ ก่อนมีผล 24 เมษายนนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ เพราะกฎกระทรวงแรงงานฉบับใหม่นี้กำลังจะส่งผลกระทบหนักต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ
ผู้ประกอบการ รปภ. จี้รัฐทบทวนค่าล่วงเวลาใหม่ ก่อนมีผล 24 เมษายนนี้
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 พรรคกล้าธรรม โดยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ และนายอัครา พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้รับหนังสือจากนายปฏิเวศน์ อิสเรศโยธิน ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการงานรักษาความปลอดภัย พวกเขาขอให้รัฐบาลทบทวนกฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เมษายน 2569
กฎใหม่นี้กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ และ 2.5 เท่าในวันหยุด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปกป้องสิทธิแรงงาน แต่ผู้ประกอบการมองว่ามันมาผิดจังหวะท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากสงคราม โลกร้อน และราคาน้ำมันพุ่งสูง
ผลกระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัย
ธุรกิจ รปภ. มีลักษณะพิเศษต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ต่างจากงานทั่วไปที่ล่วงเวลาเฉพาะบางครั้ง หากบังคับใช้กฎนี้ ต้นทุนจะพุ่งสูง ผู้ว่าจ้างเอกชนและหน่วยงานรัฐอาจไม่สามารถจ่ายค่าบริการที่แพงขึ้นได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระเอง อาจนำไปสู่การปิดกิจการ ลูกน้องตกงานนับหมื่นคน
- ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก
- ผู้ว่าจ้างยกเลิกสัญญา หันไปจ้างบุคคลโดยตรง
- แรงงานขาดแคลนเพราะรายได้ลดหากจำกัด 8 ชม./วัน
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มเพราะมาตรฐานต่ำ
นายปฏิเวศน์ เน้นย้ำว่า แม้เจตนาของกฎหมายดีเพื่อความเป็นธรรม แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันอาจย้อนแผลง ทำให้ว่างงานเพิ่มและภาครัฐต้องแบกรับภาระสวัสดิการมากขึ้น พวกเขาขอให้เลื่อนบังคับใช้หรือมีมาตรการเยียวยา เช่น 补贴ต้นทุนหรือปรับอัตราจ้างพิเศษสำหรับธุรกิจนี้
ด้านพรรคกล้าธรรม สัญญาจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางออกที่เป็นธรรมทั้งนายจ้างและลูกจ้าง นี่คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่ากฎหมายต้องคำนึงถึงบริบทเศรษฐกิจ ไม่ใช่บังคับใช้แบบเหวี่ยงแห
จากมุมมองผู้เขียน ค่าล่วงเวลาใหม่นี้ควรมีข้อยกเว้นสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงและบริการต่อเนื่องอย่าง รปภ. เพื่อไม่ให้กลายเป็นดาบสองคม รัฐควรเปิดเวทีรับฟังความเห็นเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐทบทวน!
ที่มา – ผู้ประกอบการ รปภ. จี้รัฐทบทวนค่าล่วงเวลาใหม่ ก่อนมีผล 24 เมษายนนี้



