ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารSME ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนทั้งค่าวัตถุดิบและค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น วันนี้เราจึงต้องมาติดตามประเด็นร้อนที่บรรดาผู้ประกอบการกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการช่วยเหลือกันครับ
ผู้ประกอบการร้านอาหารSME วอน นายกฯเห็นใจให้เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส
กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันอย่างมากเมื่อตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารSME ได้ออกมาสะท้อนปัญหาในเวทีการประชุม ครม. เงา โดยระบุว่าโครงการรัฐอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” นั้นกำลังสร้างผลกระทบทางอ้อมต่อร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้อง ปัญหาหลักคือเกณฑ์การคัดเลือกที่ดูเหมือนจะเอื้อให้ร้านค้าขนาดเล็กแบบบุคคลธรรมดามากกว่า ทำให้ร้านที่เสียภาษีถูกต้องกลับเสียเปรียบในการดึงดูดลูกค้า
ทำไมผู้ประกอบการร้านอาหารSME วอน นายกฯเห็นใจให้เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนคือเรื่องของเกณฑ์ยอดขายที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง รวมถึงการจำกัดสิทธิ์ของนิติบุคคล ทำให้ร้านอาหารจำนวนมากที่จ้างงานคนหลายร้อยชีวิตต้องมองตาปริบๆ เมื่อเห็นยอดขายตกลงอย่างต่อเนื่อง คุณวรันธร แดงใหญ่ ตัวแทนผู้ประกอบการได้กล่าวว่า ธุรกิจที่ตนดูแลจ้างพนักงานร่วมหลายร้อยคน หากรัฐบาลไม่ขยายสิทธิ์เข้ามาช่วยเหลือ ธุรกิจเอสเอ็มอีเหล่านี้อาจไปต่อไม่ไหว
- ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การจำกัดสิทธิ์ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ครอบคลุมนิติบุคคลขนาดเล็ก
- ความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างธุรกิจที่อยู่ในระบบภาษีและนอกระบบ
ฝั่ง ครม. เงา โดยคุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปัจจุบันโครงการยังเหลือวงเงินงบประมาณอยู่อีกมาก ซึ่งเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะนำงบส่วนนี้มาจัดสรรใหม่เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจรายอื่นเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นในอนาคต
บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ ผู้ประกอบการไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่ต้องการเห็นความยืดหยุ่นที่ “ไม่ทำงานหยาบ” จนกลายเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ทำตามกฎหมาย หากรัฐบาลสามารถปรับเกณฑ์ให้กลุ่มเอสเอ็มอีไซส์เอสที่มีข้อมูลในฐานข้อมูลกรมสรรพากรอยู่แล้วได้เข้าร่วมโครงการ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปได้ในช่วงวิกฤตนี้ครับ
ที่มา – ผู้ประกอบการร้านอาหารSME วอน นายกฯเห็นใจให้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”


