กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินและที่มาของวัดในพื้นที่ชุมชน โดยล่าสุด นายไชยยงค์ กงศรี ข้าราชการบำนาญ ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังสำคัญเกี่ยวกับ ผู้ร่างหนังสือ เผยที่มา ขอตั้ง วัดป่าอดุลยาราม ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้หลายคนได้ทราบความจริงว่า กว่าจะมาเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีขั้นตอนอย่างไร
ผู้ร่างหนังสือ เผยที่มา ขอตั้ง วัดป่าอดุลยาราม อย่างละเอียด
นายไชยยงค์เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 ตนได้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่หนองแวงตราชู ซึ่งในขณะนั้นสภาพพื้นที่ยังคงเป็นป่ารกชัฏและไม่มีความเจริญเข้าถึง ต่อมาในปี 2536 นายของ อินทรีย์ ไวยาวัจกรของวัด ได้เข้ามาปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำในการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมการศาสนา ตนจึงได้รับหน้าที่เป็น ผู้ร่างหนังสือ เผยที่มา ขอตั้ง วัดป่าอดุลยาราม ตามขั้นตอนของทางราชการจนสำเร็จลุล่วง
เบื้องหลังการทำงานและความถูกต้องตามกฎหมาย
การดำเนินการในครั้งนั้นต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้ระยะเวลานานหลายปี กว่าที่กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศจัดตั้งวัดอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 2541 โดยนายไชยยงค์ย้ำชัดว่า ทุกอย่างทำไปตามหลักฐานและระเบียบปฏิบัติของทางราชการอย่างเคร่งครัด
- ขั้นตอนการจัดตั้งวัดต้องมีการทำเอกสารอย่างเป็นลำดับขั้น
- เมื่อมีการถวายที่ดินให้วัด ที่ดินผืนนั้นจะกลายเป็นธรณีสงฆ์ทันที
- การตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องอ้างอิงตามพระราชบัญญัติ ไม่ใช่การพูดลอยๆ
นอกจากนี้ นายไชยยงค์ยังได้ฝากข้อคิดเห็นถึงกรณีของ ‘ป้าดา’ ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ข้อมูลที่อีกฝ่ายให้สัมภาษณ์นั้นมีความขัดแย้งกันเองอย่างมาก การจะออกมาพูดเรื่องสำคัญเช่นนี้ควรใช้ความรู้และความเข้าใจในข้อกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการเอาชนะกันเพียงอย่างเดียว เพราะเรื่องของธรณีสงฆ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลทางกฎหมายที่ชัดเจน
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า การทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับที่ดินศาสนสมบัติจำเป็นต้องมีความรอบคอบและยึดหลักฐานทางเอกสารเป็นที่ตั้ง การออกมาให้ข้อมูลโดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้องอาจสร้างความสับสนให้กับสังคมได้ ดังนั้น เราจึงควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายและพิจารณาตามความเป็นจริงเป็นหลักครับ
ที่มา – ผู้ร่างหนังสือ เผยที่มา ขอตั้ง “วัดป่าอดุลยาราม” ซัดป้าดา พูดแต่จะเอาชนะ



