ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝังร่างผู้เสียชีวิต 'กระบะแหกโค้ง 9 ศพ' มอบเงินเยียวยา 4.18 ล้าน

ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝัง ‘กระบะแหกโค้ง 9 ศพ’ มอบ 4.18 ล้าน

เหตุการณ์อุบัติเหตุสุดสะเทือนใจในจังหวัดน่านยังคงเป็นที่พูดถึงสำหรับทุกคน โดยเฉพาะ ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝังร่างผู้เสียชีวิต “กระบะแหกโค้ง 9 ศพ” มอบเงินเยียวยา 4.18 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความห่วงใยของผู้บริหารท้องถิ่นต่อประชาชน การสูญเสียครั้งนี้เกิดจากรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่บนถนนสายปัว-ดอยภูคา

ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝังร่างผู้เสียชีวิต “กระบะแหกโค้ง 9 ศพ” มอบเงินเยียวยา 4.18 ล้าน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดน่าน ได้เดินทางมาร่วมพิธีฝังร่างผู้เสียชีวิต 9 ราย ณ สุสานหมู่บ้านจูน หมู่ที่ 4 ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยในพิธีนี้ ผู้ว่าฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และมอบเงินสินไหมทดแทนรวม 4,182,084 บาท ให้แก่ทายาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

การมอบเงินครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดน่าน และภาคเอกชน ซึ่งดำเนินการอย่างรวดเร็วตามกฎหมาย เพื่อให้ครอบครัวสามารถมีกำลังใจก้าวต่อไป ผู้ว่าฯ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับผู้บาดเจ็บ และการสนับสนุนด้านจิตใจ

พื้นหลังอุบัติเหตุ “กระบะแหกโค้ง 9 ศพ”

อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.55 น. บริเวณบ้านมอญ หมู่ที่ 3 ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 22 คน ซึ่งเป็นญาติพี่น้องจากหมู่บ้านจูน ได้เกิดเสียหลักแหกโค้งห้วยเย็น ตกข้างทางลงหุบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย ทุกคนกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปหาปลาที่อำเภอบ่อเกลือ

ถนนสายปัว-ดอยภูคาเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวและชัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขา ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากไม่ระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ทัศนวิสัยลดลง จังหวัดน่านได้ตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น สภาพรถ สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่

การเยียวยาและช่วยเหลือทายาท

นอกจากเงิน 4.18 ล้านบาทแล้ว จังหวัดยังเร่งช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักจิตวิทยาลงพื้นที่ และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อติดตามผลกระทบระยะยาว ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝังร่างผู้เสียชีวิต “กระบะแหกโค้ง 9 ศพ” มอบเงินเยียวยา 4.18 ล้าน จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยา

มาตรการยกระดับความปลอดภัยทางถนนจังหวัดน่าน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย จังหวัดน่านได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นที่จุดเสี่ยงบนถนนสายรองและสายหลักในพื้นที่ภูเขา

  • ตรวจสอบและปรับปรุงจุดเสี่ยง: เร่งสำรวจโค้งหักศอกและทางชัน เช่น ห้วยเย็น เพื่อติดตั้งป้ายเตือน รั้วกั้น และปรับปรุงผิวถนน
  • ควบคุมการบรรทุกผู้โดยสาร: เข้มงวดห้ามรถกระบะบรรทุกคนเกิน 6-10 คน ตามกฎหมาย และรณรงค์ให้ใช้รถตู้หรือรถสองแถวแทน
  • เพิ่มทัศนวิสัยและไฟส่องสว่าง: ติดตั้งไฟถนน LED และป้ายสะท้อนแสงในช่วงพระอาทิตย์ตก
  • อบรมและประชาสัมพันธ์: จัดค่ายฝึกขับขี่ปลอดภัยให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะในหมู่บ้านห่างไกล และใช้สื่อชุมชนเตือนภัย
  • บังคับใช้กฎหมาย: เพิ่มด่านตรวจความเร็วและสุ่มตรวจสภาพรถในเส้นทางท่องเที่ยว

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมกระบะแหกโค้ง

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า การบรรทุกผู้โดยสารเกินในรถกระบะเป็นอันตรายร้ายแรง โดยเฉพาะในถนนภูเขาที่ลื่นและคดเคี้ยว จังหวัดน่านซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น ผู้ว่าฯ ย้ำว่าทุกชีวิตมีค่า และขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสจุดเสี่ยง

ในมุมมองของผม อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความประมาทเพียงน้อยนิดอาจนำพาความสูญเสียครั้งใหญ่ หวังว่ามาตรการใหม่จะช่วยลดสถิติอุบัติเหตุลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

มาช่วยกันขับขี่ปลอดภัย รักษาชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง หากคุณมีประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะ สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้อื่นได้เลย!

ที่มา – ผู้ว่าฯ จ.น่าน ร่วมฝังร่างผู้เสียชีวิต “กระบะแหกโค้ง 9 ศพ” มอบเงินเยียวยา 4.18 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: