ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม เป็นข่าวที่สร้างความกังวลให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงหน้าแล้งที่กำลังใกล้เข้ามา จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเกาะท่องเที่ยวชื่อดัง มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ทุกปีต้องเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ล่าสุดในการประชุมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำประปา เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์นี้
ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม
ที่ประชุมได้รับทราบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งของจังหวัด มีอยู่ราว 12 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 52% ของความจุ สามารถใช้งานได้ประมาณ 100 วัน หรือจนถึงปลายเดือนมิถุนายน หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ผลิตน้ำประปาได้วันละ 126,720 ลูกบาศก์เมตร จากสถานีผลิต 8 แห่ง โดยเสริมน้ำจากชลประทานได้อีกวันละ 100,000 ลูกบาศก์เมตร และจัดซื้อจากภาคเอกชน
พยากรณ์อากาศคาดฝนตกช่วยเติมน้ำ
ข่าวดีคือ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดการณ์ว่าฝนจะเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน และช้าสุดไม่เกิน 1 พฤษภาคม ซึ่งจะช่วยเติมน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำและระบบผลิตน้ำประปา ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานจัดทำฐานข้อมูลน้ำแบบบูรณาการ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และให้ อบต. สำรวจแหล่งน้ำสำรองจากภาคเอกชน
ปัญหาน้ำในภูเก็ตเกิดจากภูมิประเทศเป็นเกาะภูเขาสูงชัน น้ำฝนไหลลงทะเลเร็ว บวกกับการท่องเที่ยวและก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการน้ำพุ่งสูง ที่ประชุมยังติดตามโครงการใหญ่ เช่น ขยายระบบประปาพังงา-ภูเก็ต และศึกษานำน้ำจากเขื่อนรัชประภา เพื่อแก้ปัญหายั่งยืน
มาตรการรับมือวิกฤตน้ำแล้งในภูเก็ต
เพื่อความมั่นคงด้านน้ำ จังหวัดได้เตรียมแผนดังนี้:
- สำรวจแหล่งน้ำสำรอง: บ่อบาดาลและบ่อตื้นกว่า 2,647 แห่ง สำหรับกรณีฉุกเฉิน
- บริหารจัดการชุมชน: ส่งเสริมการประหยัดน้ำและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- ร่วมมือภาคเอกชน: จัดซื้อน้ำเพิ่มและพัฒนาแหล่งน้ำใหม่
- ระบบแจ้งเตือน: ติดตามข้อมูลเรียลไทม์ผ่านฐานข้อมูลกลาง
นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ยังมีแผนรับมือภัยแล้ง โดยเน้นการกระจายน้ำไปยังพื้นที่เสี่ยง
ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม แต่ด้วยมาตรการที่เข้มแข็งและพยากรณ์ฝนที่ดี สถานการณ์น่าจะไม่รุนแรง ชาวภูเก็ตและผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรช่วยกันประหยัดน้ำ เช่น ปิดก๊อกไม่ใช้ ลดการใช้น้ำในสวน หรือติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำ เพื่อยืดอายุแหล่งน้ำที่มีอยู่
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราคิดถึงการวางแผนจัดการน้ำระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต การลงทุนในเทคโนโลยี desalination หรือนำเข้าจากแผ่นดินใหญ่ จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตได้มาก
ติดตามสถานการณ์น้ำล่าสุดและเคล็ดลับประหยัดน้ำได้ที่บล็อกของเรา แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ!
ที่มา – ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม






