เกิดการค้นพบครั้งสำคัญที่ประเทศเมียนมา! มีการค้นพบพระพุทธรูปบุเงินที่วัดชเวโอเยาะ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักฐานของเชลยจากกรุงศรีอยุธยา โดยคาดว่าสร้างขึ้นตามแบบอย่างโดยช่างพม่า สภาพงดงามอย่างยิ่ง การค้นพบนี้เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการนักประวัติศาสตร์และผู้สนใจในศิลปะโบราณ
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายปัณณพัทธิ์ คำนึง นักวิชาการอิสระ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า มีการค้นพบกรุพระบุเงินของชาวเชลยจากกรุงศรีอยุธยา ที่อมรปุระ ประเทศเมียนมา หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การค้นพบหลักฐานของเชลยชาวกรุงศรีอยุธยาในดินแดนเมียนมาเพิ่มมากขึ้น การค้นพบ พระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา ครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความรู้ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยาและเมียนมา
เหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้เจดีย์องค์เล็กๆ ที่วัดชเวโอเยาะ เมืองอมรปุระ พังทลายลง และนำไปสู่การค้นพบพระบุเงินจำนวนมาก ที่มีการระบุชื่อเป็นภาษาสยาม เช่น พระออแผ้ว, พสกมีบ้านพระราม, สีสุดดา, ทิพกัญญา และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของเชลยจากกรุงศรีอยุธยาในดินแดนดังกล่าว
วัดชเวโอเยาะ ตั้งอยู่ในย่านมินตาซุ ซึ่งเป็นย่านที่พระเจ้าปดุงทรงพระราชทานให้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของเจ้านายจากกรุงศรีอยุธยา และในย่านนี้ยังคงปรากฏร่องรอยของชาวกรุงศรีอยุธยาอยู่มากมาย นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับสุสานลินซินกง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระเจ้าอุทุมพร พระบุเงินเหล่านี้น่าจะถูกสร้างขึ้นที่อังวะ โดยช่างพม่า โดยมีการแกะแบบจากความทรงจำของผู้สั่งทำ ทำให้รายละเอียดอาจจะไม่ประณีตเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังคงความงดงามไว้อย่างน่าทึ่ง
พบพระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา โยงหลักฐานเชลย
การค้นพบ พระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา ทำให้การศึกษาค้นคว้าเรื่อง “อยุธยาในอังวะ” มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนการได้เห็นหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยเห็นเพียงแค่จิตรกรรมเท่านั้น กรุงอมรปุระถูกสร้างขึ้นหลังจากที่เชลยจากกรุงศรีอยุธยาได้เข้าไปอาศัยอยู่แล้ว 16 ปี ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จึงน่าจะยังพอจดจำพื้นเพของตนเองได้ หรือไม่พระเหล่านี้ก็อาจจะถูกนำมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อฝ่ายอังวะสร้างราชธานีใหม่ และผู้ที่นำมาได้เดินทางมาไกลจนถึงวัยชรา จึงต้องการถวายสิ่งของเหล่านี้เป็นพุทธบูชา อีกนัยหนึ่งอาจเป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจของเชลยกลุ่มนี้ว่า กรุงศรีอยุธยาได้ล่มสลายไปแล้ว
ความสำคัญของการค้นพบพระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา
การค้นพบ พระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่น่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นการเปิดหน้าต่างบานใหม่ให้เราได้มองเห็นภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวกรุงศรีอยุธยาที่ถูกกวาดต้อนไปยังดินแดนอื่น การศึกษาและวิเคราะห์หลักฐานเหล่านี้อย่างละเอียด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักรมากยิ่งขึ้น รวมถึงผลกระทบของการสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีต่อผู้คนในยุคนั้น
- การค้นพบนี้ยืนยันถึงการมีอยู่ของชุมชนชาวกรุงศรีอยุธยาในอมรปุระ
- เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศาสนาของชาวอยุธยาในต่างแดน
- กระตุ้นให้เกิดการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยาและเมียนมา
การค้นพบครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และศึกษาประวัติศาสตร์ การทำความเข้าใจอดีตจะช่วยให้เรามองเห็นปัจจุบันและอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และ พระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่เราควรใส่ใจและเรียนรู้
ที่มา – เจอพระสมัยอยุธยา กรุแตกที่เมียนมา โยงหลักฐานเชลยชาวกรุงศรีฯ




