พรรคประชาชน แจงปมงบอาหาร สส. ต้องคงไว้ แต่ควรเลิก 'บุฟเฟต์' ที่กินทิ้งกินขว้าง

พรรคประชาชน แจงงบอาหาร สส. เลิกบุฟเฟต์กินทิ้ง

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในแวดวงการเมืองไทย ที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือ พรรคประชาชน แจงปมงบอาหาร สส. ต้องคงไว้ แต่ควรเลิก “บุฟเฟต์” ที่กินทิ้งกินขว้าง เป็นประเด็นที่ สส.พรรคประชาชน โดยเฉพาะนายภัณฑิล น่วมเจิม ออกมาแถลงชัดเจน เพื่อให้การใช้เงินภาษีมีความโปร่งใสและคุ้มค่ามากขึ้น ในยุคที่ทุกคนกำลังห่วงงบประมาณแผ่นดิน การเสนอแบบนี้เลยน่าสนใจมากเลยทีเดียว

พรรคประชาชน แจงปมงบอาหาร สส. ต้องคงไว้ แต่ควรเลิก “บุฟเฟต์” ที่กินทิ้งกินขว้าง

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน ได้แถลงข่าวเรื่องการเสนอตัดงบประมาณอาหารสำหรับ สส. โดยยืนยันว่าพรรคเห็นด้วยกับการปรับลดงบที่ไม่จำเป็น แต่ต้องทำอย่างสมดุล แม้เงินเดือน สส. จะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำถึง 7 เท่า แต่การคงงบอาหารบางส่วนยังจำเป็น เพื่อให้การประชุมในสภาสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สะดุดเรื่องหิวข้าวกลางวัน

ที่สำคัญ นายภัณฑิล เคยอภิปรายในสภา ค้านงบกำจัดขยะอาหารที่สูงถึงหลายสิบล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่มาจากระบบบุฟเฟต์ที่จัดตลอดทั้งวัน จนเกิดขยะอาหารทิ้งขว้างมหาศาล เขาเสนอให้เปลี่ยนระบบใหม่ โดยเลิกบุฟเฟต์ แล้ว改成การจัดเลี้ยงแบบรายมื้ออาหารตามความเหมาะสม เช่น มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น แบบพอดีกับจำนวนคนจริงๆ พร้อมมีอาหารว่างสำหรับหน่วยงานภายนอกที่มารายงานชี้แจง เพื่อไม่ให้เสียมารยาทและเกรงใจเงินภาษีของประชาชน

“เราไม่ควรจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ตลอดทั้งวันจนเหลือทิ้งขว้าง ควรเปลี่ยนเป็นการจัดเลี้ยงเป็นมื้ออาหารตามความเหมาะสม และต้องมีอาหารว่างรองรับหน่วยงานภายนอกที่มาชี้แจง เพื่อให้เกิดความเกรงใจต่อภาษีของพี่น้องประชาชน” นายภัณฑิล กล่าวอย่างหนักแน่น

ข้อเสนอเปลี่ยนระบบบุฟเฟต์ สส. ให้ประหยัดและยั่งยืน

  • ลดขยะอาหาร ลดงบกำจัดขยะหลายสิบล้านบาทต่อปี
  • จัดอาหารรายมื้อ แบ่งตามเวลาและจำนวนคนจริง ไม่เหลือทิ้ง
  • มีอาหารว่างสำหรับแขกภายนอก สร้างภาพลักษณ์ดีต่อประชาชน
  • ประหยัดงบโดยรวม แต่ยังรองรับการประชุมยาวๆ ได้

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ตัดงบ แต่เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด ในขณะที่หลายประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ ก็ใช้ระบบอาหารแบบสั่งล่วงหน้า ไม่มีบุฟเฟต์ฟุ่มเฟือยแบบนี้ ถ้าไทยทำตาม ก็น่าจะช่วยลดภาระงบประมาณได้เยอะเลย

รื้อระบบผู้ช่วย สส. ไม่ใช่แค่จ้างญาติ

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว นายภัณฑิล ยังชี้ปัญหาผู้ช่วย สส. ที่มีได้ถึง 8 คนต่อคน ในยุคดิจิทัลสมัยใหม่ จำนวนนี้ดูมากเกินไป หากไม่มี KPI หรือตัวชี้วัดผลงานชัดเจน เขาเสนอให้ตรวจสอบประวัติและความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการจ้างญาติสนิทมาทำงานแบบผลประโยชน์ทับซ้อน และควรเปิดเผยผลงานผู้ช่วยต่อสาธารณะ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่ายๆ

  • กำหนด KPI ชัดเจนสำหรับผู้ช่วยแต่ละคน
  • ตรวจประวัติเข้มงวด ลดความเสี่ยงคอร์รัปชัน
  • เปิดผลงานสาธารณะ เพิ่มความโปร่งใส
  • ลดจำนวนผู้ช่วยหากเทคโนโลยีช่วยได้ เช่น AI ช่วยงานเอกสาร

แก้กองทุนอดีต สส. ลดภาระงบแผ่นดิน

อีกประเด็นชocker คือกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ที่รัฐต้องอุดหนุนปีละ 700-800 ล้านบาท แต่เงินสมทบจาก สส. เองมีแค่ 1 ต่อ 20 เท่านั้น! นายภัณฑิล เสนอปรับสูตรใหม่ ให้สัดส่วนเงินออมสมาชิกกับเงินรัฐเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระระยะยาว

พรรคประชาชน แจงปมงบอาหาร สส. ต้องคงไว้ แต่ควรเลิก “บุฟเฟต์” ที่กินทิ้งกินขว้าง แบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนจริงๆ การปรับปรุงงบพวกนี้จะช่วยให้เงินภาษีไปสู่สวัสดิการประชาชนมากขึ้น เช่น สุขภาพ การศึกษา

ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบการเมืองไทย ที่นักการเมืองเริ่มคิดถึงประชาชนมากขึ้น ถ้าทุกพรรคร่วมมือ ปรับโครงสร้างงบแบบนี้ ไทยเราก็จะก้าวหน้าได้แน่นอน คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอนี้? มาคอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่างกันเลยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – พรรคประชาชน แจงปมงบอาหาร สส. ต้องคงไว้ แต่ควรเลิก “บุฟเฟต์” ที่กินทิ้งกินขว้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: