กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อพรรคประชาชน ส่งจดหมายถึงนายกฯให้รักษาสิทธิคนจนระหว่างรออุทธรณ์ ซัดระบบฐานข้อมูลภาครัฐมีปัญหา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการออกแบบนโยบายสวัสดิการที่ขาดความเข้าใจในชีวิตจริงของพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย
พรรคประชาชน ส่งจดหมายถึงนายกฯให้รักษาสิทธิคนจนระหว่างรออุทธรณ์ ซัดระบบฐานข้อมูลภาครัฐมีปัญหา
เหตุการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไปพิสูจน์สิทธิ์ทั้งที่ตนเองไม่ได้มีทรัพย์สินตามที่รัฐกล่าวอ้าง เช่น กรณีทะเบียนรถยนต์ที่ไม่เป็นความจริง เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าระบบการคัดกรองแบบแข็งกระด้างกำลังซ้ำเติมคนจน การที่พรรคประชาชน ส่งจดหมายถึงนายกฯให้รักษาสิทธิคนจนระหว่างรออุทธรณ์ ซัดระบบฐานข้อมูลภาครัฐมีปัญหา จึงเป็นการส่งเสียงแทนผู้ได้รับผลกระทบที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาคนจนตกหล่น
ทางพรรคได้เสนอแนวทางเชิงรูปธรรมเพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับใช้ทันที ดังนี้:
- การรักษาสิทธิระหว่างรออุทธรณ์: รัฐต้องไม่ตัดสิทธิเดิมทันทีจนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะสิ้นสุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายวัน
- การเยียวยาค่าใช้จ่าย: หากความผิดพลาดมาจากฐานข้อมูลภาครัฐ รัฐต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการยื่นเรื่องทั้งหมด
- ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service): เลิกให้ประชาชนวิ่งวุ่นหลายหน่วยงาน แต่ควรทำระบบอุทธรณ์ที่เสร็จสิ้นในจุดเดียว
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้เปลี่ยนเกณฑ์คัดกรองจากแบบ “ใช่ หรือ ไม่ใช่” มาเป็น “สเกลความยืดหยุ่น” ที่คำนึงถึงบริบทความเป็นอยู่จริง มากกว่าการใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียว การที่พรรคประชาชน ส่งจดหมายถึงนายกฯให้รักษาสิทธิคนจนระหว่างรออุทธรณ์ ซัดระบบฐานข้อมูลภาครัฐมีปัญหา ยังได้เสนอให้เปลี่ยนภาระการพิสูจน์สิทธิ์ โดยย้ำว่า “ให้รัฐพิสูจน์ความรวย แทนการให้คนจนพิสูจน์ความจน” เพราะรัฐมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันได้อยู่แล้ว ไม่ควรผลักภาระให้ผู้เปราะบางต้องแบกรับ
ในท้ายที่สุด สวัสดิการไม่ใช่ของขวัญที่รัฐหยิบยื่นให้ด้วยความเมตตา แต่คือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับ การบริหารงานที่ทอดทิ้งคนตัวเล็กตัวน้อยคือสัญญาณว่าโครงสร้างนโยบายต้องได้รับการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อสังคมอย่างแท้จริง
ที่มา – พรรคประชาชน ส่งจดหมายถึงนายกฯให้รักษาสิทธิคนจนระหว่างรออุทธรณ์ ซัดระบบฐานข้อมูลภาครัฐมีปัญหา



