พรรครักชาติ เสนอรัฐบาล สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก เพื่อป้องกันการเคลมวัฒนธรรมไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาที่พยายามอ้างสิทธิ์ด้วยหลักฐานฉาบฉวย ล่าสุดนายภูมิ สวัสดี สมาชิกพรรครักชาติ ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์มรดกวัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก
สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก: จุดยืนของพรรครักชาติ
ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิ สวัสดี ได้ยื่นหนังสือถึงนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแทน นี่คือการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจากพรรครักชาติในการปกป้องเอกลักษณ์ไทย ท่ามกลางกระแสประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ที่พยายามเคลมวัฒนธรรมไทยหลายครั้ง เช่น มวยไทย ผ้าปาเต๊ะ หรือแม้กระทั่งน้ำพริกและอาหารพื้นบ้าน
นายภูมิ เน้นย้ำว่า รัฐบาลต้อง สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก โดยแจ้งให้ประชาชนทราบชัดเจนว่าวัฒนธรรมไทยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนาน และหลายรายการได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เช่น นนลักษ์ปุตตะรังสี (โนรา) งานประเพณีบุญบั้งไฟ ลิเก และอื่นๆ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
ข้อเสนอสำคัญในการสื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก
- สนับสนุนภาคเอกชนผลิตคอนเทนต์บันเทิง เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ และเพลงที่นำเสนอวัฒนธรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ
- ประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ โดยตรงถึงกัมพูชาว่า ต้องเคารพวัฒนธรรมที่มีร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน และอย่านำหลักฐานฉาบฉวยมาเคลมเป็นของตน
- จัดแคมเปญดิจิทัล เช่น วิดีโอ TikTok YouTube และโซเชียลมีเดีย เพื่อเผยแพร่ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ไทยอย่างต่อเนื่อง
- ประสานงานกับยูเนสโกเพื่อยืนยันสถานะมรดกโลกของไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การ สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก แบบนี้ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่เป็นการเสริมสร้าง soft power ให้ประเทศไทย โดยใช้เครื่องมือสมัยใหม่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็ว การนิ่งเฉยอาจทำให้สูญเสียสิทธิ์ในวัฒนธรรมของตัวเองไป
ตัวอย่างปัญหาการเคลมวัฒนธรรมไทยจากเพื่อนบ้าน
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ กัมพูชาเคยพยายามยื่นขอขึ้นทะเบียนยูเนสโกหลายครั้ง เช่น ในปี 2565 ที่พยายามเคลม ‘โบราณสถานพระวิหาร’ ให้เป็นมรดกเดี่ยวของตน ทั้งที่เป็นดินแดน спорный และมีหลักฐานไทยชัดเจน หรือล่าสุดเรื่องอาหารไทยที่ถูกอ้างว่าเป็นกัมพูชา เช่น ส้มตำและลาบ การเคลมเหล่านี้มักอาศัยหลักฐานเก่าแก่ตีความบิดเบือน โดยไม่คำนึงถึงบริบททางประวัติศาสตร์ที่วัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มีการแลกเปลี่ยนกันมานาน
นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญการเคลมจากลาวและพม่าในบางประเด็น เช่น ผ้าทอพื้นเมืองหรือดนตรีพื้นบ้าน ซึ่งรัฐบาลไทยในอดีตตอบสนองแบบรับมือ แต่ครั้งนี้พรรครักชาติเสนอให้เปลี่ยนเป็น สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก เพื่อครองความได้เปรียบตั้งแต่แรก
ประโยชน์ของการสื่อสารเชิงรุกต่อเศรษฐกิจไทย
ไม่เพียงปกป้องวัฒนธรรม การสื่อสารเชิงรุกยังกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยววัฒนธรรมที่สร้างรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท ภาพยนตร์ไทยอย่างบุพเพสันนิวาสหรือซีรีส์วัดตะโก้ ได้ช่วยประชาสัมพันธ์วัดไทยและประเพณีได้อย่างยอดเยี่ยม หากรัฐสนับสนุนมากขึ้น จะยิ่งขยายผลไปสู่ตลาดโลก
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล กล่าวขอบคุณพรรครักชาติที่ยังคงนำเสนอแนวคิดดีๆ แม้พรรคจะยุติบทบาทในสนามเลือกตั้งแล้ว และรับปากว่าจะนำหนังสือไปให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการต่อไป นี่แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังมีพื้นที่สำหรับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ
ในมุมมองของผู้เขียน การริเริ่ม สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำวัฒนธรรมอาเซียน หากรัฐบาลลงมือจริงจัง จะไม่เพียงหยุดการเคลมจากเพื่อนบ้าน แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทุกคน คุณลองคิดดูสิว่าถ้าวันหนึ่งลูกหลานเราถูกสอนว่ามวยไทยเป็นของกัมพูชา เราจะยอมหรือ?
CTA: มาแสดงความเห็นของคุณกันครับ! คุณคิดว่าวัฒนธรรมไทยชิ้นไหนที่ถูกเคลมมากที่สุด? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อช่วยกันปกป้องมรดกไทย!
ที่มา – พรรครักชาติ เสนอรัฐบาล สื่อสารวัฒนธรรมไทยเชิงรุก ป้องกันประเทศเพื่อนบ้านเคลมวัฒนธรรมไทย

