กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาขีดเส้นตายให้การทำงานของหน่วยงานในสังกัดเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ภายใต้โจทย์สำคัญที่ว่า “พลพีร์” ตั้งเป้า ฝ่ายปกครอง -ชุดเฉพาะกิจ มท. ทำงานเชิงรุก ต้องเห็นผลรูปธรรมทุก 30 วัน เพื่อสร้างความอุ่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ
“พลพีร์” ตั้งเป้า ฝ่ายปกครอง -ชุดเฉพาะกิจ มท. ทำงานเชิงรุก ต้องเห็นผลรูปธรรมทุก 30 วัน
แนวทางการทำงานครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการบูรณาการชุดเฉพาะกิจถึง 5 ชุด เพื่อลุยจัดระเบียบสังคมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด การหลอกลวงทางไซเบอร์ ไปจนถึงปัญหาโรงแรมเถื่อนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 80,000 แห่ง ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ย้ำชัดว่าต้อง Reform, Reset และ Enforce เพื่อให้การทำงานในพื้นที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกที่ต้องเห็นผลจริง
- การสแกนพื้นที่: ฝ่ายปกครองต้องทำงานเชิงรุก ไม่รอให้แจ้งเบาะแส เพื่อขจัดปัญหาอาชญากรรมตั้งแต่ต้นตอ
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้: ยกระดับการบริการประชาชนผ่านระบบออนไลน์และ Social Listening เพื่อให้เข้าถึงง่ายและทันสมัย
- ตรวจสอบสัญชาติและสิทธิ: เข้มงวดกับปัญหาการสวมสิทธิบัตรประชาชนหรือเอกสารสิทธิที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติมาเอาเปรียบคนไทย
นอกจากมาตรการปราบปรามแล้ว ยังเน้นย้ำถึงการปรับปรุงระบบหลังบ้านให้มีความรวดเร็ว “พลพีร์” ตั้งเป้า ฝ่ายปกครอง -ชุดเฉพาะกิจ มท. ทำงานเชิงรุก ต้องเห็นผลรูปธรรมทุก 30 วัน โดยกำหนดให้มีการประชุมติดตามผลทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของกระทรวงมหาดไทยในการกวาดล้างสิ่งไม่ถูกต้องออกจากสังคมไทยอย่างเป็นระบบ
หากเรามองในมุมของประชาชน นโยบายนี้เปรียบเสมือนการคืนความมั่นใจให้ผู้บริสุทธิ์ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและมีการรายงานผลแบบรายเดือน ไม่เพียงแต่ช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชนลดน้อยลง หวังว่าการขับเคลื่อนในครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและนำไปสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืนในสังคมไทยอย่างแท้จริง
ที่มา – “พลพีร์” ตั้งเป้า ฝ่ายปกครอง -ชุดเฉพาะกิจ มท. ทำงานเชิงรุก ต้องเห็นผลรูปธรรมทุก 30 วัน


