พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท 'ฮิโรซากิ' หนัก 360 ตัน คืนฐานเดิมด้วยเทคนิคโบราณ

พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท “ฮิโรซากิ” หนัก 360 ตัน

พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท “ฮิโรซากิ” หนัก 360 ตัน คืนฐานเดิมด้วยเทคนิคโบราณ

ใครจะเชื่อว่าในยุคที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์และเครื่องจักรทันสมัยครอบคลุมไปทั่วโลก ชาวญี่ปุ่นและเหล่านักท่องเที่ยวใจบุญกว่า 1,800 คน จะมารวมพลังกันทำภารกิจสุดทึ่ง! นั่นคือการร่วมแรงร่วมใจใช้เชือกและลูกกลิ้งลากปราสาท ฮิโรซากิ ที่มีน้ำหนักมหาศาลถึง 360 ตัน เพื่อนำกลับไปตั้งบนฐานกำแพงหินดั้งเดิม นี่ไม่ใช่แค่การก่อสร้างทั่วไป แต่คือการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมด้วยหัวใจผ่านเทคนิคโบราณที่เรียกว่า “ฮิคิยะ”

ทำไมต้องใช้เทคนิคโบราณอย่าง ฮิคิยะ ลากปราสาทฮิโรซากิ?

การเคลื่อนย้ายปราสาทน้ำหนัก 360 ตันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมครับ? แต่การทำ พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท “ฮิโรซากิ” หนัก 360 ตัน คืนฐานเดิมด้วยเทคนิคโบราณ นี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาโครงสร้างดั้งเดิมให้คงอยู่โดยไม่ต้องรื้อถอนชิ้นส่วนอาคาร ซึ่งวิธีฮิคิยะคือภูมิปัญญาญี่ปุ่นที่นำอาคารวางบนรางหรือลูกกลิ้งแล้วค่อยๆ เคลื่อนย้ายอย่างประณีต เพื่อให้ปราสาทที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1810 ยังคงสภาพสมบูรณ์และงดงามที่สุด

กิจกรรมนี้เต็มไปด้วยพลังบวกและเสียงตะโกนที่คุ้นเคยอย่าง “โซเระ โซเระ” ที่สื่อถึงความสามัคคี โดยผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็นกลุ่มเพื่อดึงเชือกยาว 30 เมตรวันละนิดละหน่อย จนสามารถขยับตัวปราสาทเข้าใกล้ตำแหน่งเดิมได้มากกว่า 2 เมตรภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อคนเราตั้งใจทำอะไรสักอย่าง แม้จะเป็นงานที่หนักหนาสาหัส ก็สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือครับ

  • เป็นปราสาท 1 ใน 12 แห่งที่ยังคงหลงเหลือโครงสร้างดั้งเดิมไว้
  • โครงการบูรณะเริ่มจากการซ่อมกำแพงหินหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว
  • ได้รับความสนใจจากผู้สมัครกว่า 8,000 คนทั่วโลก
  • ตั้งเป้าเคลื่อนย้ายรวม 5 เมตรด้วยแรงคน ก่อนใช้เครื่องจักรช่วยส่วนที่เหลือ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวนี้ จะเห็นได้ว่า พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท “ฮิโรซากิ” หนัก 360 ตัน คืนฐานเดิมด้วยเทคนิคโบราณ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่มันคือการส่งต่อประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความพยายามและการให้เกียรติสถานที่สำคัญ ถึงแม้ว่าปราสาทจะยังไม่เปิดให้เข้าชมในเร็วๆ นี้ เพราะต้องรอการบูรณะภายในจนถึงปี 2033 แต่ความประทับใจจากการมีส่วนร่วมในครั้งนี้จะอยู่ในความทรงจำของผู้เข้าร่วมตลอดไป

ผมเชื่อว่าเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ซากุระหรืออาหารอร่อย แต่คือการที่พวกเขารู้จักรักษา “รากเหง้า” ของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่นผ่านความร่วมมือของคนในสังคมครับ ใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวจังหวัดอาโอโมริในอนาคต อย่าลืมแวะไปชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้กันนะครับ

ที่มา – พลังคน 1,800 ชีวิตร่วมลากปราสาท “ฮิโรซากิ” หนัก 360 ตัน คืนฐานเดิมด้วยเทคนิคโบราณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: