พี่ชายมือยิงพ่อค้ากัญชามอบตัว หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสิงห์โต อัครธรรม อายุ 32 ปี พ่อค้ากัญชา เสียชีวิตภายในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ย่านหนองจอก กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 00.05 น. โดยผู้ก่อเหตุเดินทางมากับรถยนต์แต่งซิ่ง 2 คัน ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
คดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากตำรวจพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการหลายคน และมีการใช้อาวุธปืนมากกว่าหนึ่งชนิดในจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าชนวนเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผู้เสียชีวิตกับนายบี ซึ่งมีการโต้เถียงและโพสต์ข้อความท้าทายกันผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นอื่น โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดออกจากแนวทางการสืบสวน
พี่ชายมือยิงพ่อค้ากัญชามอบตัว อ้างขับรถตามไปห้าม
ความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เมื่อนายปรีส พี่ชายของนายบี ซึ่งเป็นผู้ขับรถเก๋งฮอนด้า เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลหนองจอก โดยมีผู้บังคับบัญชาตำรวจและชุดสืบสวนร่วมสอบปากคำ นายปรีสให้การในลักษณะภาคเสธ และยืนยันว่าไม่ได้ลงจากรถหรือร่วมใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต
ตามคำให้การ นายปรีสระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มคนทั้งหมดประมาณ 7 คน นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่บ้านเช่าของนายบี ระหว่างนั้นนายบีกับผู้เสียชีวิตมีการโพสต์ข้อความท้าทายกันบนเฟซบุ๊ก ทำให้นายบีเกิดความโกรธและขับรถกระบะสีส้มออกไปพร้อมพวกอีก 4 คน ส่วนตัวเขาเดินทางไปกับพวกอีก 2 คน ด้วยรถเก๋งฮอนด้า โดยอ้างว่าต้องการติดตามไปห้ามปรามไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
พี่ชายมือยิงพ่อค้ากัญชามอบตัว หลังตำรวจเร่งติดตาม
นายปรีสอ้างว่า เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ เขายังคงนั่งอยู่ภายในรถ ไม่ได้ลงไปพูดคุยหรือเข้าร่วมเหตุยิงกัน เหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามอบตัวก็เพราะเชื่อว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะต้องตรวจสอบคำให้การดังกล่าวกับพยานหลักฐานอื่น ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง พยานบุคคล และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อแยกบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละคนอย่างชัดเจน
ตำรวจเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุที่ลงจากรถมีประมาณ 4 คน ขณะที่ผู้ที่ร่วมใช้อาวุธปืนยิงในเบื้องต้นมีอย่างน้อย 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน โดยนายบี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิง ได้หลบหนีออกจากบ้านพัก และมีบุคคลขี่รถจักรยานยนต์มารับ เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบว่าผู้ขี่รถจักรยานยนต์เป็นหนึ่งในกลุ่ม 7 คนหรือเป็นบุคคลอื่นที่เข้ามาช่วยเหลือ
ตำรวจอายัดรถแต่งซิ่ง 2 คัน ตรวจสอบหลักฐาน
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ได้เข้าตรวจอายัดรถยนต์แต่งซิ่ง 2 คันที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปก่อเหตุ คันแรกเป็นรถกระบะเชฟโรเลต 4 ประตู สีส้ม จอดอยู่ที่บ้านเช่าของนายบี บริเวณซอยร่วมพัฒนา ถนนประชาสำราญ แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
รถอีกคันเป็นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ซึ่งตรวจยึดได้จากบ้านหลังหนึ่งในตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถทั้งสองคันอย่างละเอียด เพื่อค้นหาร่องรอยที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ เช่น คราบเขม่าดินปืน รอยนิ้วมือ เส้นผม เส้นใยผ้า รวมถึงตำแหน่งการนั่งของบุคคลภายในรถ
การตรวจรถถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะอาจช่วยยืนยันเส้นทางและบทบาทของผู้ต้องสงสัยแต่ละรายได้ นอกจากนี้ตำรวจยังต้องเปรียบเทียบหมายเลขทะเบียนกับภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่รถทั้งสองคันใช้ รวมถึงตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและข้อมูลการติดต่อของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบสำนวนคดีให้รัดกุมที่สุด
ปมเหตุอาจเริ่มจากการท้าทายผ่านโซเชียลมีเดีย
แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า นายบีกับผู้เสียชีวิตเคยรู้จักและเป็นเพื่อนกัน แต่ระยะหลังมีปัญหาพูดจาท้าทายและกระทบกระทั่งกันผ่านโซเชียลมีเดีย ลักษณะการโพสต์ข้อความอาจทำให้เกิดความไม่พอใจสะสม ก่อนนำไปสู่การเดินทางไปเผชิญหน้ากันในช่วงกลางดึก
ตำรวจยังไม่สรุปว่าความขัดแย้งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ เนื่องจากมีข้อมูลว่านายบีเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน ประเด็นนี้จึงต้องตรวจสอบจากพยานแวดล้อม ประวัติการติดต่อทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ การสรุปสาเหตุที่แท้จริงจำเป็นต้องรอผลการสอบสวนและหลักฐานอย่างเป็นทางการ
สำหรับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเกี่ยวกับกระสุนปืนลูกซองในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันมีข้อมูลเบื้องต้นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้อาวุธปืน 2 กระบอก ทำให้ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีอาวุธที่ใช้ยิงทั้งหมดกี่กระบอก ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานและการเปรียบเทียบปลอกกระสุนกับอาวุธที่ตรวจพบ
ตำรวจยืนยันติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงมือยิง ผู้จัดหาอาวุธ ผู้ขับรถ หรือผู้ที่ช่วยเหลือในการหลบหนี โดยผู้ที่เข้ามอบตัวจะต้องให้ข้อมูลอย่างละเอียด และต้องตรวจสอบคำให้การกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นธรรม
คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งจากการโพสต์หรือท้าทายกันในโลกออนไลน์อาจลุกลามไปสู่เหตุรุนแรงในชีวิตจริงได้ การใช้ถ้อยคำยั่วยุ การนัดเผชิญหน้า และการพกพาอาวุธ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงให้สถานการณ์บานปลาย ดังนั้นผู้ที่มีข้อพิพาทควรหลีกเลี่ยงการตอบโต้ ติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือขอความช่วยเหลือจากคนกลางแทนการเดินทางไปพบคู่กรณีด้วยตนเอง
ขณะนี้ประชาชนควรรอติดตามข้อมูลจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่แชร์ภาพหรือข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจกระทบต่อรูปคดีและสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ความคืบหน้าที่สำคัญจะอยู่ที่ผลตรวจรถทั้ง 2 คัน การติดตามตัวนายบีและผู้ต้องสงสัยรายอื่น รวมถึงผลตรวจอาวุธและหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุ
มุมมองจากคดีนี้คือ การมอบตัวช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม แต่คำให้การเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบหลักฐานทุกด้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏและผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย หากประชาชนมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ ควรแจ้งตำรวจโดยตรงและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยตนเอง
ที่มา – พี่ชายมือยิงพ่อค้ากัญชามอบตัว อ้างขับรถตามไปห้าม ตร.ตามอายัดรถ 2 คันตรวจสอบ


