พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน-วิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ยึดทรัพย์ครอบครัว

พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความ แก๊งคอลฯ หลอกขู่ยึดทรัพย์


พ่อพาลูกชาย ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลังถูกหลอกโอนเงินและวิดีโอคอลข่มขู่ทั้งคืน โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าจะยึดทรัพย์ครอบครัวหากไม่ทำตาม พ่อเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้วัยรุ่นรู้เท่าทันกลโกง

พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกขู่ยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายกฤษฎากร ได้พาบุตรชายวัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 จากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าแจ้งความแก๊งคอลฯ ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลอุบายหลอกลวงบุตรชายจนหลงเชื่อโอนเงินไปให้ และยังถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

นักเรียนผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน และพบว่าบัญชีธนาคารของตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ ในตอนแรกไม่ได้สนใจและวางสายไป เพราะคิดว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แต่หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI เช่นเดิม มีการข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือจะถูกดำเนินคดี และจะส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการ ซึ่งจะถูกสอบสวน ยึดทรัพย์ และไล่ออกจากราชการ ทำให้ตนเองเริ่มกลัวและหลงเชื่อ เพราะปลายสายทราบว่าผู้ปกครองเป็นข้าราชการ

จากนั้น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ให้แอดไลน์ โดยใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” พร้อมกับส่งเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีความผิดมาให้ดูหลายฉบับ และหลอกล่อให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยให้ทดลองโอนเงิน 5 บาท เพื่อตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับเงิน ตนเองกลัวว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ปกครอง จึงโอนเงินไปตรวจสอบก่อน พบว่าบัญชีผู้รับเงินระบุชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด” จึงเริ่มเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จากนั้นจึงยอมโอนเงินที่เหลือในบัญชีไปให้ตรวจสอบจำนวน 2,619 บาท แต่พบว่าชื่อบัญชีผู้รับเงินกลับกลายเป็นชื่อ “นภา”

หลังจากโอนเงินไปแล้ว ยังถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดเวลา ตั้งแต่เวลา 14.30 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม จนถึง 09.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อติดตามไม่ให้หลบหนีคดี แต่ตนเองเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงอาศัยจังหวะแอบส่งข้อความไปบอกผู้ปกครองตอนตีห้า ก่อนที่ผู้ปกครองจะแจ้งให้คุณครูเข้ามาควบคุมตัวไว้ ไม่ให้ออกจากห้องพัก และให้วางสายทันที

นายกฤษฎากร กล่าวว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมาหาบุตรชายทันที พร้อมกับรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความแก๊งคอลฯ ที่ สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยระบุว่า บุตรชายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และพักอยู่ในห้องพักที่คุณครูดูแลอยู่ แต่ยอมรับว่าบุตรชายอาจจะให้ความสนใจกับเรื่องเรียนมากเกินไป และไม่ได้ติดตามข่าวสาร ทำให้ขาดความรู้เท่าทัน แต่ก็ยังโชคดีที่มีสติส่งข้อความมาบอกพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกบังคับให้ออกจากห้องพักไปยังสถานที่อื่นๆ ที่เป็นอันตราย

ทำไมนักเรียน ม.5 ถึงตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์?

สิ่งที่น่าสงสัยคือ ข้อมูลบัญชีธนาคารที่นำมาใช้แอบอ้างหลอกลวง เป็นบัญชีที่บุตรชายเปิดไว้กับธนาคารที่มาออกบูธแนะแนวการออมเงินที่โรงเรียน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆ กับบัญชีนี้ จึงไม่ทราบว่าข้อมูลรั่วไหลมาจากส่วนใด นอกจากนี้ ยังพบว่าระหว่างถูกบังคับวิดีโอคอล แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังส่งลิงก์มาให้บุตรชายกด ซึ่งเป็นการบล็อกไม่ให้มีสายโทรศัพท์เข้ามาได้ ซึ่งหลังจากนี้จะสอบถามไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง

นายกฤษฎากรเชื่อว่า กลุ่มนักเรียนนักศึกษาเป็นเป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายเป็นกรณีศึกษา หากเด็กๆ เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที โชคดีที่ลูกชายไม่มีเงินในบัญชีมากนัก

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่ปิง ได้ดำเนินการให้ผู้เสียหายแจ้งความแก๊งคอลฯ ผ่านระบบออนไลน์ตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าข่ายคดีออนไลน์ หลังจากนี้เมื่อได้เลขรับแจ้งความ จะเชิญผู้เสียหายและผู้ปกครองมาสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง พวกเขาใช้กลอุบายที่ซับซ้อนและหลากหลาย เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว การตระหนักถึงกลโกงเหล่านี้ และการมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ที่มา – พ่อพาลูก ม.5 แจ้งความแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน-วิดีโอคอลทั้งคืน ขู่ยึดทรัพย์ครอบครัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: