วันนี้เรามาพูดถึงคดีสุดสะเทือนใจที่กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อหนุ่มวัย 26 ปีถูกสากทุบหัวดับคาร้านตัดผม ล่าสุดมีประเด็นร้อน ฟัง 2 มุม “เจ้าของร้าน-เพื่อนคนตาย” พูดไม่ตรงกัน ทำให้ทุกคนตั้งคำถามว่าอะไรคือความจริงกันแน่ เหตุเกิดที่ร้านตัดผมชายแห่งหนึ่งในซอยอัมพรไพศาล 18 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รีบรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและแพทย์นิติวิทยาศาสตร์
ฟัง 2 มุม “เจ้าของร้าน-เพื่อนคนตาย” พูดไม่ตรงกัน
ที่เกิดเหตุพบศพนายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปี นอนคว่ำจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแดง กางเกงดำ มือขวายังกำมีดปลายแหลมแน่น ขณะที่ผู้ต้องหาคือ นายจีราวัฒน์ รัตนาวัฒน์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้าน ยืนรอให้การอยู่ ภาพนี้ชวนให้สับสน เพราะทั้งสองฝ่ายเล่าต่างกันโดยสิ้นเชิง
มุมมองจากเจ้าของร้านตัดผม
นายจีราวัฒน์เล่าว่า ขณะกำลังเปิดร้าน ผู้ตายเดินเข้ามาขอยืมเงิน 20,000 บาท แต่ตนไม่มีให้ เมื่อปฏิเสธ ผู้ตายก็ทำท่าทางน่ากลัว ถือมีดวิ่งเข้ามาแทง จนตนโดนที่หน้าท้องและเฉียดอก ตนเลยวิ่งหนีป้องกันตัว เกิดชุลมุนล้มทับกัน ตนหยิบสากกะเบือที่อยู่ใกล้ๆ ทุบหัวเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น “ผมไม่ได้ใช้มีดแทงเขา มีดยังอยู่ในมือผู้ตาย” นายจีราวัฒน์ยืนยัน และย้ำว่ารู้จักผู้ตายเป็นลูกค้าประจำ แต่ 2-3 เดือนไม่ได้มา ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่เพื่อนผู้ตายพูด ไม่รู้เรื่อง ผู้ตายมาคนเดียวเพื่อยืมเงิน ไม่เกี่ยวกับชู้สาว
มุมมองจากเพื่อนผู้เสียชีวิต
นายธนโชติ อายุ 26 ปี เพื่อนสนิทผู้ตาย เล่าว่าเหตุ起จาก เรื่องชู้สาว แฟนเจ้าของร้านเคยคบกับผู้ตาย แล้วเลิกไปกว่า 1 ปี เกิดอคติ แฟนเจ้าของร้านฝากโทรศัพท์ไว้ที่ร้าน และให้เพื่อนบอกผู้ตายมาเอา ตนเคยพาผู้ตายมาครั้งแรกแต่ไม่เอา วันนี้เลยเกิดเหตุ “ผู้ตายให้ผมพามาเพื่อไม่ให้มีปัญหา” ส่วนนายสถาพร ม่วงวัง เพื่อนอีกคน บอกผู้ตายเป็นรุ่นน้อง เป็นกิ๊กกับแฟนเจ้าของร้าน ซึ่งมีกิ๊ก 3 คน ผู้ตายไปคบกิ๊กเขา ก่อนหน้านี้ฝากโทรศัพท์ให้มาเอา “ผมมองว่าเป็นการล่อซื้อ” และสงสัยว่าศพถือมีดเป็นการจัดฉาก ร้องขอให้ตำรวจสอบสวนโปร่งใส “ไม่อยากให้น้องตายฟรี”
จุดแตกหัก: คำให้การที่ขัดแย้งกัน
สองมุมนี้ ฟัง 2 มุม “เจ้าของร้าน-เพื่อนคนตาย” พูดไม่ตรงกัน ชัดเจนมาก จากยืมเงินป้องกันตัว กลายเป็นเรื่องชู้สาวล่อซื้อ สภาพศพถือมีดก็เป็นประเด็นใหญ่ ต้องรอผลชันสูตร รอยแผล และกล้องวงจรปิด (ถ้ามี) เพื่อหาความจริง
- เจ้าของร้าน: ยืมเงิน → ขู่มีด → ป้องกันตัวด้วยสาก
- เพื่อนผู้ตาย: ชู้สาวเก่า → ล่อซื้อโทรศัพท์ → จัดฉากมีด
- ผู้ตายรู้จักร้านมานาน ลูกค้าประจำ vs ไม่ได้มาตัด 2-3 เดือน
- ผู้ตายมาคนเดียว vs มีเพื่อนพามา
คดีปมสากทุบหัวดับคาร้านตัดผมนี้ สะท้อนปัญหาความขัดแย้งในชุมชนที่อาจจุดชนวนใหญ่ได้ง่ายๆ จากเรื่องเล็กน้อยอย่างยืมเงินหรืออคติเก่า
ในมุมส่วนตัว ผมคิดว่าต้องให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย การพูดไม่ตรงกันแบบนี้ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตัดสิน เช่น รอยเท้า เลือดกระจาย หรือพยานใกล้เคียง คดีแบบนี้มักมีจุดพลิกผันเสมอ คุณล่ะคิดว่ามุมไหนน่าเชื่อถือกว่า? คอมเมนต์แสดงความเห็นใต้โพสต์นี้ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตคดีอาชญากรรมอื่นๆ ในบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ฟัง 2 มุม “เจ้าของร้าน-เพื่อนคนตาย” พูดไม่ตรงกัน ปมสากทุบหัวดับคา “ร้านตัดผม”
