วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไทยกันครับ “ภราดร” เผยยอด พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจไม่ถึง 3 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการหมุนเวียนของเศรษฐกิจประเทศ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล
“ภราดร” เผยยอด พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจไม่ถึง 3 หมื่นล้าน
เดิมที กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณคาดการณ์ยอดงบประมาณที่จะโอนคืนไว้ที่ 50,000-70,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้แก้ไขสถานการณ์จำเป็นของประเทศ แต่ล่าสุดจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าตัวเลขจริงอาจต่ำกว่า ไม่ถึง 30,000 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการรักษา “ฟันเฟืองเศรษฐกิจ” ให้หมุนต่อไป โดยไม่ตัดโครงการสำคัญทิ้งหมด
รัฐบาลกำหนดเกณฑ์ชัดเจนสำหรับการโอนงบประมาณคืน คือ โครงการที่ยังไม่ดำเนินการภายในเส้นตาย 30 เมษายน 2569 จะถูกดึงงบกลับ แต่สำหรับโครงการที่เป็นงบผูกพัน จะปรับลดการเบิกจ่ายปีแรกแทนการยกเลิก เช่น จาก 20% ลดเหลือ 10-15% เพื่อให้โครงการเริ่มต้นได้และลดผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
เกณฑ์การพิจารณาโครงการโอนงบประมาณ
- โครงการที่ยังไม่เริ่มภายใน 30 เมษายน: โอนงบคืนทั้งหมด
- โครงการงบผูกพัน: ปรับลดเบิกจ่ายปีแรกเหลือ 10-15%
- เน้นโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น สาธารณูปโภค การท่องเที่ยว
- หลีกเลี่ยงการหยุดโครงการที่อาจกระทบประชาชนและเอกชน
การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความระมัดระวังของรัฐบาลท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 และปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน หากโอนงบมากเกินไป อาจทำให้โครงการหยุดชะงัก ส่งผลให้การจ้างงานและการลงทุนชะลอตัว
คาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน บรรจุวาระสภา 14 พ.ค.
นอกจากนี้ “ภราดร” เผยยอด พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจไม่ถึง 3 หมื่นล้าน แล้ว ยังมีการอัปเดตความคืบหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทด้วย แม้ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กระบวนการสภายังเดินหน้าตามปกติ รัฐบาลเสนอเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียบร้อย คาดว่าประธานสภาฯ จะบรรจุวาระประชุมได้ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธาน
พ.ร.ก.กู้เงินนี้สำคัญมาก เพราะจะนำเงินมาจัดสรรสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น สวัสดิการประชาชน โครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว หากผ่านฉลุย จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้รัฐบาลได้ทันที โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.โอนงบที่ยอดน้อยกว่าคาด
ในมุมมองของผู้เขียน การจัดการงบประมาณแบบนี้เป็นกลยุทธ์ที่สมดุลดี รักษาสมดุลระหว่างการประหยัดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากยอดโอนงบจริงๆ ไม่ถึง 3 หมื่นล้าน รัฐบาลอาจต้องพึ่งพาการกู้ยืมมากขึ้น แต่ก็เป็นทางเลือกที่จำเป็นเพื่อป้องกันวิกฤต นักลงทุนและประชาชนควรติดตามการประชุมสภาในวันที่ 14 พ.ค. นี้อย่างใกล้ชิด
คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? มันจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อให้เราติดตามข่าวสารการเงินการเมืองที่อัปเดตที่สุด!
ที่มา – “ภราดร” เผยยอด พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจไม่ถึง 3 หมื่นล้าน คาด พ.ร.ก.กู้เงิน บรรจุวาระ 14 พ.ค.

