มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน

มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรอง IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงาน

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นสำคัญในแวดวงการเมืองและสิทธิมนุษยชนกันครับ มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องแรงงานข้ามชาติให้ปลอดภัยจากช่องโหว่ของการเอารัดเอาเปรียบและค้ามนุษย์ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาความคืบหน้าของเวทีทบทวนการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 หรือที่เรียกว่า International Migration Review Forum (IMRF) และร่างคำมั่นโดยสมัครใจของไทย เพื่อให้คณะผู้แทนไทยไปร่วมรับรองในงานที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2567 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มติ มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน นี้ยึดหลักการจากข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (GCM) ซึ่งไทยเคยรับรองไปแล้วตั้งแต่ปี 2561

IMRF และ GCM คืออะไร?

IMRF คือเวทีระดับโลกที่เกิดจากการประชุมสุดยอดเรื่องผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (New York Declaration for Refugees and Migrants) ในปี 2559 ซึ่งนำไปสู่ GCM ที่เป็นกรอบแนวทางไม่ผูกพันทางกฎหมาย แต่ช่วยให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันจัดการปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับไทยที่เป็นจุดหมายของแรงงานต่างด้าวจำนวนมากจากเมียนมา ลาว และกัมพูชา การมีส่วนร่วมนี้จึงสำคัญยิ่ง

สาระสำคัญของปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2

ร่างปฏิญญามีประเด็นหลักที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อให้การโยกย้ายถิ่นฐานไม่เป็นช่องว่างของอาชญากรรม ดังนี้

  • การเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้โยกย้าย โดยเฉพาะสตรีและเด็ก
  • การส่งเสริมช่องทางการโยกย้ายที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย
  • การคุ้มครองแรงงานจากการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจัดหางานเกินควร
  • การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารชายแดนอย่างมีจริยธรรม
  • การต่อต้านค้ามนุษย์และการเอารัดเอาเปรียบ

ส่วนคำมั่นโดยสมัครใจของไทย มุ่งเน้นการเสริมสร้างกลไกต่อต้านค้ามนุษย์ข้ามชาติ โดยวางผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง และเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน มาร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ความสำคัญต่อประเทศไทย

ไทยมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 4-5 ล้านคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ แต่ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ ค้าประเวณี และค้ามนุษย์ยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน จึงช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก สมดุลระหว่างมนุษยธรรม ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ที่สำคัญ ร่างนี้ไม่ใช่สนธิสัญญาผูกพันตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีผลทางกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้ไทยเข้าร่วมได้อย่างยืดหยุ่น

นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างระบบ MOU กับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนากฎหมายภายใน เช่น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สุดท้าย รัฐบาลย้ำชัดว่าการโยกย้ายถิ่นฐานต้องไม่ใช่ช่องว่างของการเอารัดเอาเปรียบ แต่ต้องเป็นระบบที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีมนุษย์

ในมุมมองของผม การเข้าร่วม IMRF ครั้งนี้ไม่เพียงคุ้มครองแรงงานต่างด้าว แต่ยังช่วยปกป้องคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศด้วย สะท้อนบทบาทไทยในฐานะผู้นำอาเซียนด้านสิทธิมนุษยชน หากคุณเป็นนายจ้างหรือสนใจเรื่องนี้ ลองตรวจสอบสิทธิแรงงานในที่ทำงานของคุณ และสนับสนุนนโยบายที่เป็นธรรม แชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่หลายมากขึ้นครับ!

ที่มา – มติ ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองปฏิญญา IMRF ครั้งที่ 2 คุ้มครองแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: