เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้ยินข่าวการปราบปรามการใช้ไฟฟ้าอย่างผิดกฎหมายกันบ่อยขึ้น โดยล่าสุดทางกระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในโครงการ มท. – PEA เดินหน้าปราบเหมืองบิตคอยน์เถื่อน หลังจากพบว่ามีการลักลอบต่อไฟฟ้าเพื่อใช้ในเหมืองคริปโตจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศโดยตรง
ผลปฏิบัติการ มท. – PEA เดินหน้าปราบเหมืองบิตคอยน์เถื่อน
การดำเนินการปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 14 จุด ใน 5 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ผลการตรวจสอบพบการดัดแปลงมิเตอร์และลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ เพื่อนำไปใช้ขุด Bitcoin โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง
รายละเอียดความเสียหายและของกลางที่ตรวจยึดได้
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถยึดเครื่องขุดเหรียญดิจิทัลได้มากถึง 315 เครื่อง โดยมูลค่าความเสียหายรวมนั้นสูงถึงกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งสามารถแยกรายละเอียดได้ดังนี้:
- ค่าปรับกรณีละเมิดการใช้ไฟฟ้า: 5.38 ล้านบาท
- ค่าปรับปรุงหน่วยไฟฟ้าที่ลักลอบใช้: ประมาณ 35 ล้านบาท
- เครื่องขุดเหรียญดิจิทัลของกลาง: 315 เครื่อง
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการโกงค่าไฟ แต่ยังเป็นการทำให้ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าของประเทศขาดความเสถียร ส่งผลกระทบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วไปที่จ่ายค่าไฟอย่างถูกต้องด้วย รัฐบาลจึงถือว่าเรื่อง มท. – PEA เดินหน้าปราบเหมืองบิตคอยน์เถื่อน เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำควบคู่ไปกับการยกระดับเทคโนโลยีการตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดที่ฉวยโอกาสสร้างภาระต้นทุนพลังงานให้กับประชาชนคนอื่นต่อไป ทั้งนี้ ทางภาครัฐยืนยันว่าไม่มีการละเว้น และหากใครพบเห็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง สามารถแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ได้ทันที
สุดท้ายนี้ ฝากถึงผู้ที่คิดจะลักลอบใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนว่าไม่คุ้มค่าแน่นอน เพราะนอกจากจะต้องเสียค่าปรับมหาศาลแล้ว ยังต้องเผชิญกับคดีอาญาที่ส่งผลต่ออนาคต การทำธุรกิจบนความถูกต้องคือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดครับ
ที่มา – มท. – PEA เดินหน้าปราบเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ค้น 14 จุดยึดเครื่องขุด 315 เครื่อง เสียหายกว่า 40 ล้าน




