ในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความตึงเครียด โดยเฉพาะวิกฤตในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางการบินทั่วโลก นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งสำคัญให้บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ดำเนินการยกระดับเฝ้าระวังน่านฟ้าอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการขนส่งทางอากาศของไทย

ยกระดับเฝ้าระวังน่านฟ้า รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
หลังจากเข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานที่หอควบคุมการจราจรทางอากาศตรังและกระบี่ รัฐมนตรีช่วยฯ มัลลิกา ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้หลายสายการบินต้องปรับเส้นทางบินอ้อม เพิ่มระยะเวลาและต้นทุนการบิน โดยสั่งให้ บวท. สนับสนุนสายการบินในการวางแผนเส้นทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อบริหารจัดการน่านฟ้าที่มีข้อจำกัด

มาตรการสำคัญที่สั่งการ
- ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางแบบเรียลไทม์และแจ้งเตือนสายการบิน
- ปรับรูปแบบบริหารจราจรทางอากาศให้เหมาะสมกับน่านฟ้าระหว่างประเทศ
- เพิ่มประสิทธิภาพระบบให้รองรับเที่ยวบินเต็มศักยภาพของสนามบิน
- พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องช่วยการเดินอากาศให้ทันสมัย ลดความล่าช้า
- บริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ ยังให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานหนัก เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดตรังและกระบี่ ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยม โดยมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต

ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. ยืนยันว่า หน่วยงานได้ยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมเต็มที่ โดยใช้มาตรการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (ATFM) ร่วมกับหน่วยงานในและต่างประเทศ วางแผนสำรองกำลังคน ปรับการมอบหมายงาน และเข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เพื่อให้ทุกเที่ยวบินเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

ผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางต่อการบินไทย
วิกฤตในตะวันออกกลาง เช่น ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาสและกลุ่มฮูธีในเยเมน ทำให้หลายประเทศปิดน่านฟ้า ส่งผลให้เที่ยวบินจากยุโรป-เอเชียต้องอ้อมแอฟริกา เพิ่มเวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงและใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น สายการบินไทยอย่างการบินไทยและโลว์คอสต์หลายแห่งได้รับผลกระทบโดยตรง การยกระดับเฝ้าระวังน่านฟ้าของ บวท. จึงเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยง ลดดีเลย์ และรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
จังหวัดตรังและกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลชื่อดัง การเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรทางอากาศจะช่วยรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจทัวร์ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 10-20% ในปีนี้ หากสถานการณ์คลี่คลาย
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การยกระดับเฝ้าระวังน่านฟ้าครั้งนี้ไม่เพียงรับมือวิกฤตระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานระบบการบินไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในยุคที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูง หากคุณเป็นนักเดินทางหรือผู้สนใจด้านการบิน อย่าลืมติดตามประกาศจากสายการบินและ สายการบินแห่งประเทศไทยเสมอ แชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้!
ที่มา – “มัลลิกา” รมช.คมนาคม สั่ง วิทยุการบินฯ ยกระดับเฝ้าระวังน่านฟ้า รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง






