'มิน อ่องหล่าย' ขีดเส้นตาย 100 วันกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่

มิน อ่องหล่าย ขีดเส้นตาย 100 วัน กลุ่มต่อต้านปฏิเสธ

สถานการณ์ในเมียนมายังคงตึงเครียดไม่เลิก เมื่อ มิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ขีดเส้นตาย 100 วัน ให้กลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ แต่ทว่ากลุ่มกะเหรี่ยงและชินกลับปฏิเสธทันควัน สร้างความสนใจให้กับนักวิเคราะห์การเมืองทั่วโลก

มิน อ่องหล่าย ขีดเส้นตาย 100 วัน เพื่อสันติภาพเมียนมา

วันที่ 22 เมษายน 2567 พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ได้ออกข้อเสนอเชิญชวนกลุ่มติดอาวุธที่ยังไม่เข้าร่วมข้อตกลงหยุดยิง ให้ติดต่อเพื่อเข้าร่วมโต๊ะเจรจาสันติภาพภายในกรอบเวลา 100 วัน หรือก่อนวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ โดยอ้างอิงถึงข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารเมื่อปี 2564

มิน อ่องหล่าย ระบุว่ากลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมมาก่อน สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยได้ทันที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามดับไฟสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี สงครามครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคนและล้างบางประชาชนนับล้าน สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงหลังรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี

กลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู และชิน ปฏิเสธข้อเสนอมิน อ่องหล่าย ขีดเส้นตาย 100 วัน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ถูกปฏิเสธอย่างดุเดือดจากกลุ่มชาติพันธุ์หลัก กลุ่มกะเหรี่ยงแห่งชาติสหภาพ (KNU) ประกาศชัดเจนว่าถอนตัวจากกระบวนการเจรจาตั้งแต่เกิดรัฐประหาร และไม่มีแผนจะกลับไปนั่งโต๊ะกับผู้ก่อการรัฐประหาร โฆษก KNU ย้ำยืนยันจุดยืนนี้อย่างหนักแน่น

ส่วนแนวหน้าแห่งชาติชิน (Chin National Front) ก็แสดงท่าทีคล้ายกัน โดยระบุว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐที่ปราศจากอิทธิพลกองทัพ การต่อสู้นี้ทั้งทางการเมืองและทหาร จึงไม่มีอะไรต้องเจรจากับกลุ่มที่เปลี่ยนเพียงชื่อจากกองทัพเป็นรัฐบาล

  • เหตุผลหลักที่กลุ่มต่อต้านปฏิเสธ:
  • ขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลทหารที่ไร้ความชอบธรรม
  • รัฐประหาร 2564 ทำลายข้อตกลงเดิม
  • ต้องการประชาธิปไตยแท้จริง ไม่ใช่ฉากหน้า
  • กองทัพยังคงโจมตีประชาชนต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ มิน อ่องหล่ายเพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีจากรัฐสภาที่ถูกแต่งตั้ง ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงกลไกเพื่อรักษาอำนาจกองทัพภายใต้หน้ากากประชาธิปไตย รัฐบาลชุดนี้ได้รับการยอมรับจากไม่กี่ประเทศเท่านั้น

พื้นหลังสงครามกลางเมืองเมียนมาและอนาคตสันติภาพ

เมียนมามีประวัติความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ยาวนานตั้งแต่ gaining independence ในปี 2490 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กว่า 20 กลุ่มต่อสู้เพื่ออิสรภาพและสิทธิ์ ขณะที่รัฐบาลทหารครองอำนาจมานาน รัฐประหารปี 2564 ยิ่งจุดชนวนให้เกิด People’s Defense Force (PDF) และการรวมตัวกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่อต้านกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพเมียนมาเผชิญความพ่ายแพ้ในหลายสมรภูมิ โดยเฉพาะในรัฐชายแดน โดยกลุ่มต่อต้านควบคุมพื้นที่กว่า 40% ของประเทศ มิน อ่องหล่าย ขีดเส้นตาย 100 วัน จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามลับๆ เพื่อซื้อเวลาและเสริมภาพลักษณ์

นักวิเคราะห์เห็นว่า การเจรจาสันติภาพจะสำเร็จยาก หากปราศจากความโปร่งใสและการยอมรับจากนานาชาติ สหประชาชาติและอาเซียนควรมีบทบาทมากขึ้นเพื่อหยุดยั้งวิกฤตมนุษยธรรม

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนถึงวิกฤต legitimacy ของรัฐบาลทหาร การขีดเส้นตายเพียง 100 วันอาจยิ่งทำให้กลุ่มต่อต้านแข็งกร้าวมากขึ้น สันติภาพที่ยั่งยืนต้องมาจากประชาชนและการเลือกตั้งเสรี คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – “มิน อ่องหล่าย” ขีดเส้นตาย 100 วันกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: