เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้รับสายโทรศัพท์ปริศนา หรือข้อความเชิญชวนให้ลงทุนที่ดูดีเกินจริงกันมาบ้างใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีรายงานที่น่าตกใจจาก UNODC ออกมาเตือนภัยว่า ยูเอ็นเผย เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ในเอเชีย สูญเงินกว่า 3.8 ล้านล้านบาทในปี 2025 ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลที่สะท้อนว่าภัยมืดบนโลกออนไลน์กำลังวิกฤตขึ้นทุกที
ยูเอ็นเผย เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ในเอเชีย สูญเงินกว่า 3.8 ล้านล้านบาทในปี 2025
รายงานจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติระบุว่า ความเสียหายนี้พุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2023 โดยเฉพาะประเทศอย่างจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการหลอกลวงลงทุนและรักออนไลน์ (Romance Scam) ที่แนบเนียนจนยากจะแยกแยะ
อาชญากรรมข้ามชาติที่มาในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์
ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้ทำงานแบบกระจัดกระจายอีกต่อไป แต่มีการจัดการแบบ "เศรษฐกิจอาชญากรรมข้ามชาติ" ที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีแนวทางที่น่าจับตามองดังนี้:
- การจัดแบ่งแผนกการทำงาน: เหมือนการทำธุรกิจแฟรนไชส์ มีทั้งฝ่ายฟอกเงิน ฝ่ายค้ามนุษย์ และฝ่ายโจรกรรมข้อมูล
- ศูนย์กลางการผลิต: มักตั้งฐานอยู่ในกัมพูชาและเมียนมา โดยใช้แรงงานจากการค้ามนุษย์มาบังคับเป็นเครื่องมือในการหลอกเหยื่อ
- ความเชื่อมโยงระดับโลก: ไม่ได้เจาะจงแค่คนในเอเชียอีกต่อไป แต่ขยายเครือข่ายไปทั่วทุกมุมโลก
นอกจากนี้ ยูเอ็นเผย เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ในเอเชีย สูญเงินกว่า 3.8 ล้านล้านบาทในปี 2025 ยังเป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลทั่วโลกต้องหันมาจับมือกันปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลงโทษบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือการไล่ล่าตัวหัวหน้าแก๊งที่อยู่เบื้องหลังเงินหมุนเวียนมหาศาลนี้
บทเรียนสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือ ในยุคที่มิจฉาชีพมีความรู้ด้านเทคโนโลยีสูงขึ้น เราเองก็ต้องสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองด้วยการเช็กข้อมูลให้รอบคอบก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวทุกครั้ง เพราะในขณะที่การปราบปรามยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น การรู้เท่าทันมิจฉาชีพคือด่านแรกที่ดีที่สุดในการรักษาทรัพย์สินของตัวคุณเองครับ
ที่มา – ยูเอ็นเผย เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ในเอเชีย สูญเงินกว่า 3.8 ล้านล้านบาทในปี 2025


