ในสถานการณ์ตึงเครียดของตะวันออกกลาง รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจอนุมัติการขายอาวุธขนาดใหญ่ให้อิสราเอลอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวโลกจับตามอง
รบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน
ตามรายงานจากสำนักข่าว CNN เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 รัฐบาลทรัมป์ได้ใช้อำนาจพิเศษเพื่อข้ามขั้นตอนการตรวจสอบของสภาคองเกรส อนุมัติการขายระเบิดอเนกประสงค์รุ่น BLU-110A/B ขนาดหนัก 1,000 ปอนด์ จำนวนถึง 12,000 ลูก มูลค่ารวมกว่า 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องดำเนินการทันทีเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ
ประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ
ในเอกสารประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุชัดเจนว่า “สถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องขายยุทโธปกรณ์และบริการด้านการป้องกันประเทศให้รัฐบาลอิสราเอลทันที เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา จึงระงับข้อกำหนดการตรวจสอบของสภาคองเกรสภายใต้มาตรา 36(b) ของกฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธ” การตัดสินใจรบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน นี้ จะช่วยเสริมขีดความสามารถของอิสราเอลในการรับมือภัยคุกคามปัจจุบันและอนาคต รวมถึงป้องกันมาตุภูมิและเป็นปัจจัยสำคัญในการยับยั้งศัตรูในภูมิภาค
รายละเอียดแพ็กเกจอาวุธที่ขาย
นอกจากระเบิดจำนวนมหาศาลแล้ว แพ็กเกจนี้ยังครอบคลุมบริการสนับสนุนครบวงจร ดังนี้
- บริการสนับสนุนด้านวิศวกรรม
- การขนส่งและโลจิสติกส์
- การสนับสนุนทางเทคนิคจากรัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัทคู่สัญญา
- องค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งกำลังบำรุงและโครงการสนับสนุน
ระเบิด BLU-110A/B เป็นอาวุธอเนกประสงค์ที่ทรงพลัง เหมาะสำหรับการโจมตีเป้าหมายทางทหารในสงครามสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กองทัพอิสราเอลอย่างมาก
บริบทของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การเร่งรัดรบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามต่อเนื่องระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ กับอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า “วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก! พื้นที่และกลุ่มบุคคลที่ไม่เคยถูกพิจารณาให้เป็นเป้าหมายจนถึงขณะนี้ กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อการทำลายล้างอย่างสิ้นซากและความตายที่แน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมที่เลวร้ายของอิหร่าน”
ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลภายใต้นโยบายทรัมป์ ได้รับการยืนยันอีกครั้งผ่านการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งคล้ายกับการสนับสนุนทางทหารในอดีต เช่น การย้ายสถานทูตไปเยรูซาเล็ม หรือการรับรองสิทธิ์อิสราเอลเหนือโกลันไฮต์ส
ผลกระทบและมุมมองต่อการตัดสินใจครั้งนี้
นักวิเคราะห์เห็นว่าการขายอาวุธครั้งนี้อาจทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำไปสู่การโจมตีอิหร่านแบบเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม สนับสนุนจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมในสหรัฐฯ มองว่านี่คือการปกป้องพันธมิตรสำคัญจากภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจ全球
ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจรบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน แสดงให้เห็นถึงสไตล์การนำที่เด็ดขาดของทรัมป์ ซึ่งอาจนำมาซึ่งชัยชนะทางยุทธศาสตร์ แต่ก็เสี่ยงต่อการขยายวงสงคราม หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด
ที่มา – รบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน

