เชื่อว่าหลายคนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีคงตื่นตัวกันไม่น้อยกับเหตุการณ์การติดตามจับกุมคนร้ายรายสำคัญที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่ตำรวจสามารถ รวบได้แล้ว “โจ๊ก รางม่วง” ผู้ต้องหาคดีอนาจาร-ชิงทรัพย์ หลังจากที่มีกระแสโซเชียลมีเดียร่วมมือกันเตือนภัยจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด
เผยเบื้องหลังการจับกุม รวบได้แล้ว “โจ๊ก รางม่วง” ผู้ต้องหาคดีอนาจาร-ชิงทรัพย์
เหตุการณ์เริ่มต้นจากที่มีการแชร์ภาพและข้อมูลของ นายวรัญญู หรือ “โจ๊ก รางม่วง” ไปตามกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นเด็กชายเข้าแจ้งความว่าถูกล่อลวงไปทำอนาจาร นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมสุดแสบด้วยการตระเวนขอเงินและของกินตามบ้านเพื่อนหรือวัด จนชาวบ้านเริ่มหวาดระแวงและโพสต์แจ้งเตือนกันยกใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพิกัดจึงจัดชุดสืบสวนออกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ
เหตุการณ์ระทึกที่ร้านค้าสู่การ รวบได้แล้ว “โจ๊ก รางม่วง” ผู้ต้องหาคดีอนาจาร-ชิงทรัพย์
ความพยายามของคนร้ายยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ก่อนโดนจับได้มีรายงานว่านายโจ๊กได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปซื้อของที่ร้านของเจ๊เหว่า ในอำเภอโพธาราม โดยมีการนำน้ำมันเบนซินและสินค้าไปแต่ไม่ยอมจ่ายเงิน แต่ด้วยความช่างสังเกตของเจ๊เหว่าที่จำรอยสักที่ดวงตาของคนร้ายจากในโซเชียลได้ จึงเกิดการยื้อแย่งกันเล็กน้อยก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา
สรุปเหตุการณ์และข้อหาที่ได้รับ:
- การติดตามตัว: เจ้าหน้าที่ใช้กล้องวงจรปิดของ อบต. และข้อมูลจากชาวบ้านจนพบตัวบริเวณหลังโรงเรียนแห่งหนึ่ง
- การจับกุม: คนร้ายพยายามวิ่งหนีแต่ถูกรวบตัวได้พร้อมของกลาง
- ของกลางที่พบ: อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38, กระสุนปืน, ยาบ้า 6 เม็ด และรถจักรยานยนต์
- คำรับสารภาพ: ยอมรับว่าทำอนาจารเด็กที่มาสักยันต์จริงและก่อเหตุชิงทรัพย์เพราะไม่มีเงิน
จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้นายโจ๊กถูกแจ้งหลายข้อหาหนัก อาทิ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, กระทำอนาจารเด็ก, มียาเสพติดและเสพยาเสพติด รวมถึงคดีชิงทรัพย์ ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับร้านค้าและผู้ปกครองทุกคนว่าภัยใกล้ตัวอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ
หากเราทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเหมือนที่ชาวบ้านร่วมมือกันเตือนภัยในครั้งนี้ เชื่อได้เลยว่าสังคมจะปลอดภัยขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเชียลให้เกิดประโยชน์ในการแจ้งเหตุเบาะแสอาชญากรรม ถือเป็นพลังที่เข้มแข็งมากครับ
ที่มา – รวบได้แล้ว “โจ๊ก รางม่วง” ผู้ต้องหาคดีอนาจาร-ชิงทรัพย์ หลังโซเชียลเตือนภัย



