รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ลดค่า FT ช่วยประชาชน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงพลังงาน เมื่อภาครัฐตัดสินใจเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศมาตรการ รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการปรับลดค่า FT ที่หลายคนบ่นว่าสูงเกินไป ทั้งนี้ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาให้ความเชื่อมั่นว่า นี่คือความจำเป็นในการแก้ไขความไม่เป็นธรรมที่สะสมมานาน
ทำไมต้องรื้อสัญญา? เจาะลึกเหตุผลที่รัฐยอมเสี่ยงฟ้อง
ปัญหาหลักที่พบคือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Solar/Wind) ในอดีตมีลักษณะเป็น “สัญญาชั่วนิรันดร์” ที่เปิดช่องให้ต่ออายุได้อัตโนมัติ แถมราคารับซื้อยังสูงจนน่าตกใจ ทั้งที่ต้นทุนเทคโนโลยีปัจจุบันถูกลงมาก การที่รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนในครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การปรับราคารับซื้อเหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนต้นทุนความเป็นจริงมากกว่า เพื่อให้เม็ดเงินไม่ไหลออกไปเป็นกำไรเกินควรของกลุ่มทุน
- ยกเลิการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติเมื่อครบ 25 ปี
- ปรับราคารับซื้อไฟฟ้าเหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย
- คุมเข้มกลุ่มที่ได้เงินอุดหนุนครบ 10 ปี (Adder) ให้ปรับลดราคาลงทันที
- ตรวจสอบโครงการที่ล่าช้าเกิน 2 ปีเพื่อยกเลิกสัญญา
หลายคนอาจสงสัยว่าการกระทำนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ ซึ่งทางภาครัฐยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้มุ่งเน้นที่ผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก รัฐจึงไม่กังวลเรื่องการฟ้องร้อง และมองว่านี่คือการสร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ต่อไป เพื่อให้โครงสร้างพลังงานของประเทศมีความสมดุลและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
บทสรุปของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้อาจต้องใช้เวลา เพราะต้องรอให้เกิดกระบวนการแก้ไขสัญญาเป็นรายกรณีตามขั้นตอนของ 3 การไฟฟ้า แต่ก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การลดค่า FT จะเห็นผลได้ชัดเจนแค่ไหนในอนาคตอันใกล้นี้ แต่เชื่อเถอะว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการจัดระเบียบโครงสร้างพลังงานที่ประชาชนรอคอยมายาวนานครับ
ที่มา – รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ลดค่า FT ช่วยประชาชน ลั่นไม่กลัวเอกชนฟ้อง


