รัฐบาลสหรัฐฯ คืน 'ภาษีทรัมป์' ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท

รัฐบาลสหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท

รัฐบาลสหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท

เป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองอย่างมากในแวดวงเศรษฐกิจโลก เมื่อล่าสุดมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการคืนเงินที่เรียกเก็บจากนโยบายภาษีศุลกากร หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า ภาษีทรัมป์ ให้แก่ภาคธุรกิจเป็นมูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านล้านบาท หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เนื่องจากมองว่าขัดต่อกฎหมาย

เบื้องลึกการคืนภาษีทรัมป์มูลค่ามหาศาล

นับตั้งแต่ศาลสูงสุดวินิจฉัยว่าการใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าเป็นวงกว้างนั้น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้เดินหน้ากระบวนการคืนเงินให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งยอดการคืน รัฐบาลสหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท นี้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของรายได้ภาษีทั้งหมดที่รัฐเคยเก็บไป นี่ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนของบริษัทผู้นำเข้าสินค้าในอเมริกา

  • ผลกระทบต่อต้นทุน: ภาษีศุลกากรที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาคธุรกิจมักผลักภาระนี้ไปสู่ผู้บริโภคด้วยการปรับราคาสินค้าขึ้น
  • ความล่าช้าในการคืนเงิน: ปัจจุบันยังมีเงินอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หรือรอการยืนยันบัญชีธนาคารจากบริษัทผู้นำเข้า
  • สถานการณ์ปัจจุบัน: แม้จะมีการคืนเงินในส่วนของภาษีเดิมแล้ว แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงเดินหน้าใช้มาตรการภาษีใหม่กับพันธมิตรทางการค้าอีกกว่า 60 ประเทศ

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า แม้การคืนเงินครั้งนี้จะเป็นเรื่องดีสำหรับภาคธุรกิจ แต่ในมุมมองของผู้บริโภครายย่อย การที่บริษัทต่างๆ ได้รับเงินคืน ไม่ได้การันตีเสมอไปว่าราคาสินค้าจะถูกปรับลดลงตามไปด้วย เนื่องจากอำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทเอง การที่ รัฐบาลสหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในรูปแบบใดบ้างในระยะยาว

ที่มา – รัฐบาลสหรัฐฯ คืน “ภาษีทรัมป์” ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: