หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ทางการออสเตรเลียได้เร่งดำเนินมาตรการความปลอดภัยครั้งใหญ่ โดยล่าสุด รัฐในออสเตรเลีย จ่อเริ่มแคมเปญซื้อคืนปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได เพื่อลดปริมาณอาวุธปืนในสังคมและป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิม
รัฐในออสเตรเลีย จ่อเริ่มแคมเปญซื้อคืนปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได
เหตุการณ์ที่หาดบอนไดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568 ได้ทิ้งบาดแผลลึกให้กับชาวออสเตรเลีย จากเหตุการณ์ที่นายซาจิด อักรัม ก่อเหตุกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตถึง 15 ศพ ทำให้รัฐบาลนิวเซาท์เวลส์ไม่นิ่งนอนใจและตัดสินใจเดินหน้าโครงการนำปืนออกจากมือประชาชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พ.ย. นี้ โดยนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ยืนยันว่านี่คือภารกิจสำคัญในการปฏิรูปอาวุธปืนทั่วประเทศ
รายละเอียดแคมเปญซื้อคืนปืนในรัฐนิวเซาท์เวลส์
สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการลดความเสี่ยงในชุมชน โดยรัฐบาลเสนอเงินชดเชยสูงสุดถึง 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับผู้ที่นำปืนสั้น ปืนลูกซอง หรือปืนไรเฟิลมาคืน ซึ่งมีเกณฑ์การปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้:
- เปิดรับคืนอาวุธปืนที่เกินโควตาการครอบครองตามกฎหมายใหม่ (จำกัดไม่เกิน 4 กระบอก)
- เงินชดเชยจะขึ้นอยู่กับประเภทและสภาพของปืนที่ส่งมอบ
- อาวุธทั้งหมดจะถูกนำไปทำลายอย่างปลอดภัยเพื่อไม่ให้กลับมาสู่วงจรการใช้ผิดประเภทอีก
ความพยายามของ รัฐในออสเตรเลีย จ่อเริ่มแคมเปญซื้อคืนปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของโลกในการจัดการปัญหาอาวุธปืน ผู้ว่าการรัฐคริส มินนส์ เชื่อว่าการมีปืนในชุมชนน้อยลง ย่อมหมายถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับทุกคนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ แม้จะเป็นภารกิจที่ท้าทายแต่ก็คุ้มค่าที่จะทำเพื่ออนาคตของคนในชาติ
ในมุมมองของเรา มาตรการนี้ไม่ใช่แค่การซื้อคืนปืนเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยขึ้น เราหวังว่าความเข้มงวดนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีก การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเสมอครับ
ที่มา – รัฐในออสเตรเลีย จ่อเริ่มแคมเปญซื้อคืนปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได


