เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สถานการณ์ในยูเครนทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกองทัพอากาศยูเครนได้ออกมาแถลงการณ์ว่า รัสเซียได้ทำการยิงโดรนและขีปนาวุธจำนวนมหาศาลกว่า 600 ลูกเข้าใส่ยูเครน นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะหยุดยั้งการรุกรานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ
ตามรายงานของกองทัพอากาศยูเครน กองกำลังรัสเซียได้ใช้โดรนถึง 574 ลำ และขีปนาวุธอีก 40 ลูก ในการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนก็สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถยิงโดรนตกได้ถึง 546 ลำ และขีปนาวุธอีก 31 ลูก เจ้าหน้าที่ยูเครนยังรายงานเพิ่มเติมว่า มีการโจมตีเกิดขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงซาปอริซเซีย ดนีปรอเปตรอฟสค์ และลวิฟ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย
การโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เสนอให้ประเทศที่เป็นกลางอย่างสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย หรือตุรกี เป็นสถานที่สำหรับการเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น
ความเป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพ หลัง รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการประชุมไตรภาคี โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางในการเจรจา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พบปะกับปูตินที่รัฐอะลาสกา และเตรียมที่จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับเซเลนสกีและผู้นำยุโรปหลายท่านที่ทำเนียบขาว เซเลนสกีเองก็ได้แสดงความพร้อมที่จะพบกับปูติน “ในรูปแบบใดก็ได้” เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของปีเตอร์ ซียาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮังการี ที่เสนอให้บูดาเปสต์เป็นสถานที่สำหรับการประชุมสุดยอด ดูเหมือนจะไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับรัสเซีย และมักจะขัดขวางความพยายามของสหภาพยุโรปในการสนับสนุนยูเครน ดังนั้น ฮังการีจึงอาจไม่ถูกมองว่าเป็นเจ้าภาพที่เป็นกลาง
ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนยังได้กล่าวอีกว่า กองกำลังรัสเซียกำลังรวมตัวกันที่แนวหน้าทางใต้ในภูมิภาคซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ภูมิภาคของยูเครนที่รัสเซียอ้างสิทธิ์ว่าเป็นของตนเอง การเคลื่อนไหวนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจจะทวีความรุนแรงขึ้น
อันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ได้เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ประกอบไปด้วยโดรน ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ขีปนาวุธวิถีโค้ง และขีปนาวุธร่อน โดยเขากล่าวว่า “ขีปนาวุธลูกหนึ่งโจมตีบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของอเมริกาในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีผู้บาดเจ็บล้มตาย” เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ร้ายแรงของการโจมตีที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและพลเรือนอีกด้วย
สถานการณ์ล่าสุดที่รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ นี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายอย่างยิ่งในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค การโจมตีที่รุนแรงและการตอบโต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ความหวังในการเจรจาและการประนีประนอมริบหรี่ลงทุกที ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนนี้ การสนับสนุนจากนานาชาติและความพยายามในการหาทางออกทางการทูตอย่างสร้างสรรค์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตการณ์นี้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ และนำมาซึ่งความสูญเสียและการทำลายล้างที่ไม่อาจประเมินค่าได้ การตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ และการร่วมมือกันหาทางออกอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาคมโลก
ที่มา – รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ


