สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวใหญ่ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย เหตุการณ์ระลอกใหญ่นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจและยกระดับความกังวลไปทั่วโลก
รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ ยกระดับสงคราม
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่รุนแรงที่สุด โดยกองทัพรัสเซียระดมทั้งโดรนกว่า 600 ลำและขีปนาวุธอีกกว่า 90 ลูกเข้าใส่ยูเครน แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะทำงานอย่างหนัก แต่ความร้ายกาจของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก รุ่น “โอเรชนิก” (Oreshnik) นั้นยากเกินกว่าจะรับมือได้
ทำไมขีปนาวุธโอเรชนิกถึงน่ากลัว?
ขีปนาวุธโอเรชนิกที่รัสเซียนำมาใช้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ขีปนาวุธธรรมดา แต่เป็นอาวุธพิสัยกลางที่มีความเร็วสูงมากจนระบบเรดาร์และป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนแทบจะตรวจจับและสกัดกั้นไม่ได้ นี่ถือเป็นเพียงครั้งที่ 3 เท่านั้นที่ถูกนำมาใช้งานจริงในสงครามครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการส่งสัญญาณข่มขู่เชิงการเมืองและยุทธศาสตร์
- ผลกระทบต่อประชาชน: มีรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 4 รายและบาดเจ็บจำนวนมากในเขตกรุงเคียฟ
- ท่าทีนานาชาติ: ผู้นำยุโรปและฝรั่งเศสต่างออกมาประณามการกระทำนี้ว่าเป็นการยกระดับความรุนแรงที่บ้าบิ่น
- สถานการณ์ปัจจุบัน: รัสเซียอ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาในลูฮานสค์
ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่ารัสเซียจะต้องไม่ลอยนวลจากการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบนี้ หากถามว่าทำไม รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ ในเวลานี้ คำตอบอาจอยู่ที่เกมการเมืองระดับโลกที่ใช้ชีวิตพลเรือนเป็นเดิมพัน
เราคงได้แต่หวังว่าความขัดแย้งนี้จะหาทางออกในทางสันติได้โดยเร็วที่สุด เพราะผลกระทบจากความรุนแรงไม่เคยส่งผลดีต่อใคร โดยเฉพาะประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องกลายเป็นเหยื่อของสงครามในครั้งนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะดำเนินไปอย่างไร เราต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมนุษย์เป็นสำคัญ
ที่มา – รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ


