ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ถูกวิจารณ์เหยียดเชื้อชาติญี่ปุ่น
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลระดับโลก เมื่ออดีตกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์และสโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อย่าง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ถูกวิจารณ์เหยียดเชื้อชาติญี่ปุ่น หลังจากไปแสดงความเห็นที่ไม่เหมาะสมระหว่างการทำหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ทางช่องโทรทัศน์ NOS TV ของเนเธอร์แลนด์ ในช่วงการรายงานการแข่งขันฟุตบอลที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์เสมอกับญี่ปุ่น 2-2
ประเด็นดราม่า ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ถูกวิจารณ์เหยียดเชื้อชาติญี่ปุ่น
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่ออดีตนักเตะชื่อดังวัย 43 ปี ได้กล่าวในทำนองว่านักเตะทีมชาติญี่ปุ่นทุกคนนั้น “หน้าตาเหมือนกันไปหมด” ในจังหวะที่วิเคราะห์เกมการป้องกันของ มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน ในจังหวะที่ทีมญี่ปุ่นทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ คำพูดนี้สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง จนทำให้ชื่อของ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ถูกวิจารณ์เหยียดเชื้อชาติญี่ปุ่น อย่างหนักจากสาธารณชน
ผลกระทบและท่าทีของฝ่ายต่างๆ
หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเขาอ้างว่าไม่มีเจตนาที่จะเหยียดหยาม หรือทำให้ใครรู้สึกแย่ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเขาต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวได้ดึงดูดความสนใจจากองค์กรต่อต้านการเลือกปฏิบัติอย่าง “Kick It Out” และ “Frank Soo Foundation” ซึ่งออกแถลงการณ์ร่วมกันว่ารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่อดีตนักเตะอาชีพเลือกใช้คำพูดเหยียดหยามเช่นนี้ ทั้งยังพยายามแก้ตัวว่าเป็นเพียงแค่มุกตลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในโลกฟุตบอลปัจจุบัน
- การใช้คำพูดในรายการถ่ายทอดสดระดับโลกต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น
- องค์กรฟุตบอลควรตระหนักถึงอิทธิพลของคำพูดที่มีต่อชุมชนชาวเอเชีย
- ควรมีการฝึกอบรมหรือให้ความรู้แก่แขกรับเชิญและคอมเมนเตเตอร์อย่างสม่ำเสมอ
ในมุมมองของผู้ติดตามกีฬา เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้คนในวงการสื่อและอดีตนักฟุตบอลต้องตระหนักว่า คำพูดเพียงไม่กี่คำที่ขาดความยั้งคิดสามารถสร้างบาดแผลให้กับสังคมและลดทอนเกียรติของนักกีฬาและวัฒนธรรมของผู้อื่นได้ การให้เกียรติซึ่งกันและกันควรเป็นหัวใจสำคัญของกีฬาฟุตบอลมากกว่าการผลิตซ้ำวาทกรรมที่เต็มไปด้วยอคติแบบนี้
คุณมีความเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คิดว่าบทลงโทษหรือการขอโทษเพียงพอสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่? มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างสังคมฟุตบอลที่เท่าเทียมกันมากขึ้นครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

