“ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลจากเลขานุการรัฐมนตรีอย่างละเอียด นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงถึงความน้อมรับและความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการ
“ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี
ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายราเชนได้เดินทางไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพบกับเลขานุการรัฐมนตรี โดยได้รับฟังเหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายตำแหน่งของตนเอง ก่อนหน้านี้ นายราเชนเคยให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ คาดเดาว่าการโยกย้ายอาจเกี่ยวข้องกับหลานของรัฐมนตรี แต่หลังจากไตร่ตรองและรับฟังข้อมูลอย่างถี่ถ้วน ก็เชื่อมั่นว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย
การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามอำนาจของผู้บริหาร โดยนำเสนอผ่านลำดับชั้นเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 นายราเชนยืนยันว่า ตนไม่ติดใจในเรื่องนี้ และน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ขอยุติการให้ข่าวทั้งปวง เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิด และจะไม่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานใดๆ
ประเด็นสำคัญที่ “ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี
- การพบปะและรับฟังเหตุผล: เช้าวันที่ 11 พ.ค. 2569 พบเลขานุการรัฐมนตรี ได้ข้อมูลชัดเจน
- ไตร่ตรองแล้วไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี: ยืนยันว่าเป็นกระบวนการปกติ ไม่มีเส้นสาย
- น้อมรับและยุติข่าว: ไม่ติดใจ ไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่ม ไม่ร้องเรียน
- ข้าราชการมืออาชีพ: จบคือจบ มุ่งหน้าที่ต่อไป
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่หลักในการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สร้างฝนเทียมในช่วงภัยแล้ง ด้วยเทคโนโลยีเครื่องบินเกษตรและสารเคมีที่ปลอดภัย นายราเชน ดำรงตำแหน่งอธิบดีมานาน มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาการดำเนินงาน ทำให้กรมฯ สามารถช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปมโยกย้ายครั้งนี้ สร้างความสนใจในสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องหลานรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็น敏感ในวงการราชการไทยบ่อยครั้ง แต่ด้วยการออกมาชี้แจงของนายราเชนเอง ทำให้เรื่องราวคลี่คลายอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสังคม
ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของนายราเชนเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของข้าราชการไทย ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ไม่ยื้อแย้งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เลือกน้อมรับและเดินหน้าต่อ แม้จะอยู่ในตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ก็ยังคงความเป็นมืออาชีพไว้ได้
นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่โปร่งใส หากผู้บริหารอธิบายเหตุผลได้ชัดเจน ก็สามารถลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้ การโยกย้ายนี้ คาดว่าจะนำพาบุคลากรใหม่มาพัฒนางานฝนหลวงให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่气候เปลี่ยนแปลงรุนแรง เกษตรกรต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น
หากคุณเป็นข้าราชการหรือสนใจข่าวสารราชการ สามารถนำเรื่องนี้ไปเป็นแง่คิดได้ ว่าความมืออาชีพคือกุญแจสู่ความก้าวหน้า ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกนี้ และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ที่มา – “ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับหลังฟังเหตุผลปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี
