ข่าวใหญ่ที่ทุกคนรอคอย ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี ในที่สุดตำรวจก็บุกจับตัวผู้ต้องหาคนสำคัญได้แล้ว หลังจากก่อเหตุยิงถล่มรถของ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาและความกังวลในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นอย่างมาก
ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี
ชุดสืบสวนจาก บช.น. ร่วมกับสืบสวนภาค 7 และสืบสวนกาญจนบุรี ได้ไล่ล่าติดตาม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนายทหารนาวิกโยธิน วัย 40 กว่าๆ ซึ่งเป็นมือยิงหลักในคดีนี้ หลังจากหลบหนีไปกบดานที่พื้นที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ตำรวจบุกจับได้ทันก่อนที่เขาจะเผ่นข้ามแดนไป เบื้องต้นควบคุมตัวมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ เพื่อขยายผลหาแรงจูงใจและผู้บงการเบื้องหลัง
ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี: พื้นหลังเหตุการณ์
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 เวลาตี 1 เศษ กลุ่มคนร้ายขับรถกระบะสีดำประกบรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ขณะจอดหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คนร้ายยิงถล่มอย่างไม่ยั้ง ทำให้คนขับและตำรวจคุ้มกันบาดเจ็บ แต่ ส.ส.กมลศักดิ์โชคดีรอดชีวิตมาได้ คดีนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปัญหาความไม่สงบและผลประโยชน์ทางการเมือง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ 4 คนแล้ว ได้แก่
- นายสมพร ลังเดช อดีตเรือโทนาวิกโยธิน หน้าที่ประสานงานและชี้เป้า
- นายอลาวี อาแว คนขับรถกระบะก่อเหตุ
- นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถที่ช่วยชำแหละรถกระบะ
- นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน อีกหนึ่งมือยิง
เหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ ที่เป็นหัวโจกและยืมรถกระบะจาก กอ.รนม.จ.นราธิวาส มาออกก่อเหตุ ซึ่งตำรวจออกหมายจับในข้อหาหนักหลายกระทง
รายละเอียดข้อกล่าวหาและการจับกุม
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฎหมาย, พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, และยิงปืนในที่ห้าม การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อ 22 เมษายน 2567 โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำทีมบุกที่สะพานมอญ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี พื้นที่ที่ใกล้ชายแดนมาก ผู้ต้องหาพยายามหลบหนีแต่ถูกตะครุบได้ทัน
การสืบสวนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตำรวจหลายแห่ง ที่ใช้ข้อมูลข่าวกรองและเทคโนโลยีติดตามร่องรอย ทำให้จับผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว สังขละบุรีเป็นพื้นที่ชนกลุ่มน้อยมอญและใกล้เมียนมา จึงเป็นจุดหลบภัยยอดนิยมของผู้ร้ายข้ามชาติ
นอกจากนี้ คดีนี้อาจเชื่อมโยงกับปัญหาการเมืองในภาคใต้ พรรคประชาชาติซึ่งมี ส.ส.กมลศักดิ์ เป็นสมาชิก มักถูกมองว่าเป็นตัวแทนมุสลิมปาทานี ทำให้ตกเป็นเป้าของกลุ่มขัดแย้งต่างๆ ตำรวจกำลังเค้นสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบหรือผลประโยชน์อื่นๆ
เหตุการณ์ ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี นี้เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบยุติธรรมไทย แม้ผู้ต้องหาจะมีประวัติทหารเก่า แต่กฎหมายยังคงอยู่เหนือกว่า การจับกุมครั้งนี้จะช่วยคลายความกังวลของประชาชนในพื้นที่ และป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ยังต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการคุ้มครอง ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ติดตามความคืบหน้าคดีนี้และข่าวอาชญากรรมอื่นๆ ได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม “สังขละบุรี” คุมเค้นถึงคนบงการ


