เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวร้อนแรงในแวดวงราชการไทย เมื่อ ลิซ่า ภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ. การพัฒนาการเมืองฯ ได้เข้ามารับไม้ต่อจาก ‘ทนายอั๋น’ เพื่อจัดการกับปัญหาใหญ่ที่กัดกินระบบราชการมานาน นั่นคือ ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ที่สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลกว่า 4,500 ล้านบาท
ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทนายอั๋นนำหนังสือร้องเรียนมายื่นต่อกรรมาธิการ โดยชี้ให้เห็นว่าแม้ทาง ป.ป.ช. และตำรวจจะเริ่มขยับบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่า ‘ตัวการใหญ่’ ยังคงลอยนวล ทิ้งให้ผู้สอบที่บริสุทธิ์นับพันคนต้องเดือดร้อน นี่คือประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะความยุติธรรมในการร่วมงานราชการควรเป็นพื้นฐานที่ทุกคนได้รับอย่างเท่าเทียม
เจาะลึกปมทุจริตและการเรียกร้องความยุติธรรม
น.ส.ภคมน ไม่รอช้าที่จะรวบรวมหลักฐานและเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเธอให้ความเห็นว่าการมีหน่วยงานทำงานแยกส่วนกันแบบนี้ ถือเป็นช่องโหว่สำคัญ การที่ ลิซ่า ภคมน จี้ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน
- ตรวจสอบความเสียหายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566-2567
- ผลักดันการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560
- เพิ่มบทบาทผู้สังเกตการณ์ภายนอกเพื่อความโปร่งใส
นอกจากนี้ ลิซ่า ภคมน ยังนำเสนอทางออกเชิงโครงสร้างว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องคืนอำนาจให้กับท้องถิ่นจัดสอบกันเอง โดยเน้นการวางระบบตรวจสอบที่รัดกุมแทนการรวมศูนย์อำนาจที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ช่วยป้องกันการทุจริตอย่างที่หลายคนคาดหวัง ในทางกลับกัน การรวมศูนย์อาจกลายเป็นช่องทางให้เกิดการโกงแบบกระจุกตัวได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ
ในมุมมองของผม กรณีนี้ไม่เพียงแค่เรื่องของการทุจริตในการสอบ แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย หากเราไม่สามารถจัดการกับขบวนการเหล่านี้ให้ถึงต้นตอได้ ฝันของคนรุ่นใหม่ที่อยากรับราชการด้วยความสุจริตคงจะเลือนลางลงเรื่อยๆ เราต้องส่งกำลังใจให้การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เดินหน้าทลายขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายทุกคนครับ
ที่มา – “ลิซ่า ภคมน” รับลูก “ทนายอั๋น” จี้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น





