สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงอุตสาหกรรมและผู้บริโภค นั่นคือปัญหา เม็ดพลาสติกราคาพุ่ง ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้หลายภาคส่วน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดยยอมรับสถานการณ์นี้อย่างชัดเจน แต่ย้ำว่ายังไม่มีการควบคุมปริมาณหรือราคา แต่มุ่งรณรงค์ลดใช้พลาสติกและเพิ่มอัตราการรีไซเคิลแทน มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ
เม็ดพลาสติกราคาพุ่ง
สาเหตุหลักของ เม็ดพลาสติกราคาพุ่ง มาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อซัพพลายเชนน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ผลกระทบนี้ทำให้เม็ดพลาสติก ถุงพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ขาดแคลนและราคาแพงขึ้น สุดท้ายภาระก็ตกไปที่ผู้ประกอบการและประชาชนผู้บริโภคครับ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน
ปัจจุบันกำลังเร่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ อุตสาหกรรม มหาดไทย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานอย่าง อย. กรมควบคุมมลพิษ และ สมอ. คณะทำงานนี้จะตรวจสอบแหล่งที่มา สต็อกที่มีในไทย จำนวนการขาย และราคาเมื่อเทียบกับตลาดโลก แต่ย้ำนะครับ ยังไม่ใช่การควบคุมปริมาณหรือราคา เพียงแต่เข้าไปดูภาพรวมต้นน้ำ-กลางน้ำเท่านั้น
ผลกระทบเม็ดพลาสติกราคาพุ่ง ต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน
เมื่อเม็ดพลาสติกราคาพุ่ง ค่าขนส่งก็สูงตามไปด้วย ทำให้ขวดน้ำดื่ม ถุงหิ้ว และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แพงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด นายวราวุธแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยโชว์กระติกน้ำพกพาสีดำที่ตัวเองใช้เป็นตัวอย่างว่า แม้จะไม่สะดวกเท่าเดิม แต่ช่วยลดการใช้พลาสติกได้จริง ลดภาระต้นทุนในระยะยาว
ชวนรณรงค์ลดใช้พลาสติก เพิ่มการรีไซเคิล
ทางเลือกที่รัฐมนตรีเสนอคือ หันมาใช้วัสดุทดแทน โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากขยะในประเทศ ไทยมีขยะพลาสติกปีละ 2.7 ล้านตัน แต่รีไซเคิลได้แค่ 25% ถ้าเพิ่มเป็น 30-35% จะช่วยลดการพึ่งพานำเข้าได้มาก ลดต้นทุนจากน้ำมันที่ผันผวน
- แยกขยะพลาสติกให้ถูกต้องและล้างทำความสะอาดก่อนทิ้ง (แบบที่หลายประเทศทำ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี)
- ใช้กระติกน้ำ กล่องอาหารส่วนตัว แทนขวดและถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
- สนับสนุนอุตสาหกรรมรีไซเคิล ไม่ต้องสร้างโรงงานใหม่ แต่เน้นคัดแยกที่ต้นทาง
- ผู้ประกอบการนำขยะสะอาดไปผลิต ลดต้นทุนการล้างซ้ำ
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะมอบนโยบายแก่ข้าราชการในวันที่ 22 เมษายน 2569 แทนวันที่เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายนายกฯ เรื่องงบประมาณปี 70
สรุปแล้ว เม็ดพลาสติกราคาพุ่ง เป็นวิกฤติที่เราต้องช่วยกันแก้ โดยไม่รอแค่ภาครัฐ แต่เริ่มจากตัวเราเอง การรีไซเคิลและลดใช้จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันต่างประเทศได้จริงครับ
คำแนะนำสำหรับคุณ: ลองเริ่มวันนี้เลย พกกระติกน้ำไปทำงาน แยกขยะที่บ้าน แล้วแบ่งปันไอเดียลดพลาสติกในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะช่วยกันสร้างไทยที่ยั่งยืนได้!
ที่มา – “วราวุธ” รับเม็ดพลาสติกราคาพุ่ง ยังไม่คุมปริมาณ-ราคา ชวนรณรงค์ลดใช้พลาสติก


