สนค.ชี้วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้น แนะภาครัฐ-เอกชนเร่งปรับตัว

วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนฯ กระทบไทยระยะสั้น: สนค.แนะปรับตัว

สนค. ชี้วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้น แนะภาครัฐและเอกชนเร่งปรับตัวรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าผลกระทบโดยตรงในปัจจุบันจะยังจำกัด

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เฝ้าติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่าผลกระทบในระยะสั้นต่อการค้าและเงินเฟ้อของไทยมีจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการค้าระหว่างไทยและเวเนซุเอลามีน้อยมาก และราคาน้ำมันโลกยังไม่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งภาครัฐและเอกชนไทยควรเตรียมพร้อมรับมือ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการควบคุมแหล่งพลังงานและการตัดวงจรอิทธิพลของมหาอำนาจในลาตินอเมริกา แม้ว่าในเบื้องต้นตลาดโลกจะยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง และราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงและความผันผวนในตลาดการเงินโลกกลับเพิ่มขึ้น นักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ

สนค. ประเมินว่าในระยะสั้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้นค่อนข้างจำกัด ทั้งในด้านการค้าและการเงิน มูลค่าการค้าระหว่างไทยและเวเนซุเอลาในปี 2568 มีเพียง 55.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.01% ของการค้ารวม นอกจากนี้ ไทยก็ไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านพลังงานและเงินเฟ้อ หากสหรัฐฯ สามารถควบคุมแหล่งน้ำมันและเพิ่มกำลังการผลิตในเวเนซุเอลาได้สำเร็จ จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในระยะกลางถึงยาว แม้ว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพและเงินเฟ้อได้ แต่ก็อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินค้าเกษตรของไทย เช่น ยางพาราและพืชพลังงาน ซึ่งมักมีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ ในด้านค่าเงินบาท หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง มูลค่าการนำเข้าของไทยก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงและส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

สถานการณ์วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้นนี้ยังเป็นสัญญาณของการจัดระเบียบโลกใหม่และการแทรกแซงประเทศอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น การกีดกันทางเทคโนโลยี และการแบ่งขั้วห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลกโดยรวมและทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัว

วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม นายนันทพงษ์ มองว่า ท่ามกลางวิกฤตและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ในฐานะประเทศที่วางตัวเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และขั้วอำนาจตรงข้าม เช่น จีน จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังภูมิภาคอาเซียนเร็วขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้า ทำให้ไทยมีโอกาสดึงดูดเงินลงทุนและส่งออกสินค้าทดแทนไปยังสหรัฐฯ

แนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยไทยต้องรักษาจุดยืนความเป็นกลางเพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรเดิมของเวเนซุเอลา (จีน รัสเซีย) ควบคู่ไปกับการเร่งเจรจาการค้าเชิงรุก เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมที่ต้องการย้ายฐานการผลิตหรือต้องการลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย

ภาคเอกชนเองก็ต้องเน้นความคล่องตัว บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาประเทศคู่ขัดแย้งมากเกินไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ได้อย่างมั่นคง

โดยสรุป แม้ว่าวิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้นในวงจำกัด แต่ภาครัฐและเอกชนไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว โดยการปรับตัวเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง และคว้าโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก

ที่มา – สนค.ชี้วิกฤตสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้น แนะภาครัฐ-เอกชนเร่งปรับตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: