ยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนหน้า เชลซีคือทีมที่ต้องพิสูจน์ตัวเองเต็มที่เมื่อรับมือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ตอนนี้หลังจากพ่ายแพ้ต่อลีดส์ ยูไนเต็ดที่บ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและกุนซือไมเคิล คาร์ริคต้องเดินทางไปเยือนเชลซีในวันเสาร์นี้พร้อมคำถามหนักหน่วงมากมาย
ทุกคนคาดหวังว่าคาร์ริคและทีมจะมี缓冲 10 แต้ม นำขบวนลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าแบบชิลๆ แต่ตอนนี้หากแพ้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่องว่างจะหดเหลือแค่ 4 แต้ม โดยมีทีมอื่นๆ รอฉกฉวยโอกาสจากจุดอ่อนทันที
นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในบ้านตลอด 11 นัดที่คาร์ริคคุมทีม ชนะแค่นัดเดียวจาก 4 นัดหลังสุด ไม่มีคลีนชีต 5 นัดติด วิกฤตแนวรับแมนยู คาร์ริค กำลังรุนแรง แถมยังมีเสียงโห่จากแฟนบอลก้องสนามตอนครึ่งแรก สถานการณ์นี้เป็นดินแดนใหม่สำหรับคาร์ริคที่ดูนิ่งสงบมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาแทนที่รูเบน อโมริมในเดือนมกราคม
ตอนนี้แรงกดดันถาโถมเข้าหาอย่างแท้จริง
วิกฤตแนวรับแมนยู คาร์ริค
ในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า แมนยูจะรู้ผลว่าฮาร์รี แม็กไกร์จะโดนลงโทษเพิ่มหรือไม่ หลังโดนสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) กล่าวหาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากคำพูดต่อกรรมการที่ 4 แมตต์ โดโนฮิว ขณะเดินออกสนามหลังได้ใบแดงในนัดบุกชนะบอร์นมัธเมื่อเดือนที่แล้ว หากโดนแบนเพิ่ม แม็กไกร์จะพลาดดวลเชลซี ซึ่งมัทไตส์ เดอ ลิกต์ก็เกือบแน่นอนว่าจะไม่อยู่เพราะอาการบาดเจ็บหลังเรื้อรัง
ลิซานโดร มาร์ติเนซก็ต้องหลุดทีมเช่นกัน รวมถึงนัดเหย้าเจอเบรนท์ฟอร์ดและลิเวอร์พูล หลังโดนใบแดงข้อหาประพฤติรุนแรงจากการดึงผมโดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวินในครึ่งหลัง คาร์ริคบอกว่าจะอุทธรณ์ใบแดงนี้ ถ้าสำเร็จก็ดี แต่ถ้าไม่ เซ็นเตอร์ที่เหลือคือไอเดน เฮเว่น วัย 19 ปี และเลนี่ โยโร วัย 20 ปี ที่เพิ่งเจอปัญหากับคัลเวิร์ต-ลูวินแบบหนัก
วิกฤตแนวรับแมนยู คาร์ริค ทางออกคืออะไร
“นั่นคือเหตุผลที่เรามีขุมกำลัง” คาร์ริคตอบ “เรามีนักเตะสำรองที่เรียกใช้งานได้ เราจะไปที่นั่นด้วยความมั่นใจ” เขากล่าวต่อ “หวังว่าลิชา [มาร์ติเนซ] จะยังเล่นได้ ผมคิดว่าเขาควรจะได้หลังจากจังหวะนั้น แต่เดี๋ยวดูกัน”
ปัญหาแนวรับนี้ทำให้แมนยูเสียประตูง่ายขึ้น โดยเฉพาะจากลูกตั้งเตะและการโหมบุกของคู่แข่ง การขาดเซ็นเตอร์ตัวหลักอาจเป็นจุดตายในนัดใหญ่กับเชลซีที่ชอบเล่นบอลยาว
จุดอ่อนมิดฟิลด์ปีศาจแดง
แมนยูวางแผนซื้อกองกลางตัวกลางอย่างน้อย 2 คนในซัมเมอร์นี้ การจากไปของคาเซมิโร่เปิดช่องว่าง แต่ความจริงคือขาดความลึกของทีม ค็อบบี้ ไมนู ขาดหายไปด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อยตามที่คาร์ริคบอกก่อนเกม ซึ่งทำให้ขาดตัวเชื่อมแนวรับ-รุก ที่รับบอลในช่องแคบแล้วจ่ายต่อเร็ว
มันฟังดูง่าย แต่พอขาดแล้วเห็นชัด มานูเอล อูการ์เต้ไม่มีคอนโทรลบอลหรือการมองเกมแบบไมนู กองกลางอุรุกวัยทำงานหนักแต่ขาดเวทมนตร์ในการลากทีมจากสถานการณ์ย่ำแย่
- คาเซมิโร่ใกล้ออกจากทีม
- ไมนูเจ็บ สูญเสียลิงก์สำคัญ
- อูการ์เต้ขาดความคิดสร้างสรรค์
- แนวรุกอย่างเอ็มเบวโม่, อมาด ดิอัลโล่, มาติอัส คูญา ไม่ฟอร์มหลังแอฟริกาคัพ
- เบนจามิน เซสโก้ดีกว่าจากม้านั่งสำรอง
เบรนแดน เอ็มเบวโม่โดนจับนั่งสำรองครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่ไม่เวิร์ค บรูโน่ แฟร์นันด์สต้องแบกทีมด้วยแอสซิสต์ที่ 17 ลูก ห่างจากสถิติฤดูกาลเดียวแค่ 3 ลูก แต่ในทดเจ็บเขาจ่ายลูกครอสไม่เข้าเป้า ทีมต้องกระจายความรับผิดชอบ
คาดว่าวันพฤหัส คาร์ริคจะอัพเดทอาการไมนู ถ้าอังกฤษยังเจ็บต่อ จะเป็นปัญหาใหญ่
แรงกดดันต่อคาร์ริค
ความนิ่งของคาร์ริคเป็นจุดแข็งใหญ่ แม้สื่อจะบ่นเรื่องขาดคำพูดเด็ดๆ แบบอโมริม แต่พอผลงานไม่ดี มันดูเหมือนเฉยชา ควรเปลี่ยนตัวเร็วกว่านี้ไหม? ไลน์อัพผิดหรือ? ทนแรงกดดันได้แค่ไหน?
ต้องดูภาพรวมระยะยาว น่าเสียดายที่เจ้าของร่วมเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์นั่งดูในช่องผู้บริหาร ได้ยินเสียงโห่ครึ่งแรก เห็นเกมเปิดห่วย และการแก้เกมล้มเหลว
ความพ่ายแพ้นี้เจ็บปวด แต่ถ้าซ้ำรอยที่เชลซีซึ่งแมนยูไม่ถนัดตั้งแต่ยุค 60s ชนะแค่ 2 ครั้งตั้งแต่ 2002 จะยิ่งแย่ 1 ชนะ 5 นัด ช่องยูซีแอลเหลือ 4 แต้ม ไม่แน่นอนแล้ว
คาร์ริคยังมั่นใจ “สิ่งที่เกิดคืนนี้ไม่เปลี่ยนมุมมองผมต่อทีม เราใกล้จบฤดูกาลใหญ่ ทีมมีเมนตัลลิตี้ดี ผมไม่เคยสงสัย”
วิกฤตแนวรับแมนยู คาร์ริคกำลังเป็นบททดสอบใหญ่ที่สุด ถ้าผ่านได้ แมนยูจะแข็งแกร่งขึ้น คุณคิดว่าคาร์ริคจะแก้เกมนี้ยังไง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกอัพเดททุกวัน!
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



