วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท

วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าบริการ 1 พันบาท

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ที่กำลังมีประพฤติตัวไม่เหมาะสมขณะปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดเป็นประเด็น วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมเป็นวงกว้าง

วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท

เหตุการณ์น่าตกใจนี้เกิดขึ้นกับคุณยายวัย 83 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาศัยอยู่ในอำเภอวาริชภูมิ โดยหลานสาวของผู้ป่วยได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวว่า ผอ.รพ.สต. รายดังกล่าวนั้นได้เข้ามาให้บริการเจาะเลือดถึงที่บ้าน แต่กลับมีอาการมึนเมาและถือกระป๋องเบียร์ติดตัวมาด้วย ระหว่างที่ทำการเจาะเลือดนั้นมีความผิดพลาดหลายครั้งจนแขนของคุณยายบวมช้ำ ทำให้ญาติทนไม่ไหวต้องสอบถามถึงความไม่เป็นมืออาชีพนี้

พฤติกรรมไม่เหมาะสมและการอ้างเรียกเก็บเงิน

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่ คือเมื่อญาติสอบถามถึงความผิดพลาด ผอ.รายนี้กลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมกล่าวอ้างลอยๆ ว่าการมาให้บริการนอกสถานที่นั้นมีค่าใช้จ่ายชั่วโมงละ 1,000 บาท ซึ่งประเด็นเรื่อง วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท ถือเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้นสังกัดต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเกี่ยวข้องทั้งในด้านจริยธรรมวิชาชีพและกฎระเบียบของทางราชการ

  • บุคคลากรทางการแพทย์ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการ
  • การดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
  • การเรียกเก็บเงินนอกเหนือระเบียบราชการถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง

จากข้อมูลของชาวบ้านในพื้นที่ พบว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวมาพักใหญ่ และคนในชุมชนต่างทราบดีถึงเรื่องการดื่มสุราจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ความเชื่อมั่นของชาวบ้านที่ฝากไว้กับ รพ.สต. เริ่มสั่นคลอน และทุกคนต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่กำกับดูแล ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดและหน่วยงานสาธารณสุข เร่งลงมาแก้ไขปัญหาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยรายอื่น

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควรจะเป็นสถานที่ที่พึ่งพาได้มากที่สุดของชุมชน ไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องหวาดระแวง และเชื่อว่าหากผลสอบสวนออกมาแล้วพบว่ามีความผิดจริง ควรต้องมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับบุคลากรคนอื่นๆ ต่อไป

ที่มา – วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: