วิโรจน์ ยื่นสอบไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย สัปดาห์หน้า
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่มีการแฉไลน์หลุดในเหตุการณ์ วิโรจน์ ยื่นสอบไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย สัปดาห์หน้า ซึ่งสร้างคำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับจริยธรรมของข้าราชการระดับสูง โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชนได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่าจะเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดในสัปดาห์ที่จะถึงนี้
เบื้องลึกความสงสัยในคำชี้แจง วิโรจน์ ยื่นสอบไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย สัปดาห์หน้า
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ออกมาปฏิเสธถึงกระแสข่าวดังกล่าว แต่ทางด้านนายวิโรจน์มองว่าคำชี้แจงนั้นเป็นเรื่องที่ฟังขึ้นยาก เพราะในเชิงเทคนิคของแอปพลิเคชัน LINE หากมีการใช้บัญชีร่วมกันหรือถูกแอบอ้าง การตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีสามารถพิสูจน์ความจริงได้ไม่ยาก นายวิโรจน์จึงเรียกร้องให้นำผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาแสดงหลักฐานให้กระจ่างแก่สังคมแทนการขู่ฟ้องร้องประชาชนที่ออกมาตีแผ่ความจริง
- ตรวจสอบความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและจริยธรรมข้าราชการ
- พิสูจน์ความเชื่อมโยงของไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย”
- จี้ถามถึงอำนาจเหนือกว่านายกฯ หรือ “ปราสาทสายฟ้า” ที่มีการกล่าวถึง
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในการเคลื่อนไหวของ วิโรจน์ ยื่นสอบไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย สัปดาห์หน้า คือการตั้งคำถามถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ามีกลุ่มอิทธิพลหรืออำนาจมืดใดที่อยู่เหนือการควบคุมหรือไม่ หรือมีข้าราชการบางกลุ่มที่ไม่ได้เกรงใจฝ่ายบริหาร แต่กลับได้รับความคุ้มครองจาก “ปราสาทสายฟ้า” ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่สะท้อนถึงการใช้อำนาจที่ไม่ปกติในแวดวงการเมืองไทย
บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อหลักฐานไปถึงมือองค์กรอิสระแล้ว ความจริงจะปรากฏอย่างไร หากการแทรกแซงอำนาจโดยกลุ่มอิทธิพลมีอยู่จริงตามที่ตั้งข้อสังเกตไว้ สังคมไทยคงต้องทวงถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ว่าข้าราชการกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนควรจะทำงานเพื่อใครกันแน่ ระหว่างความถูกต้องหรืออำนาจมืด
ที่มา – “วิโรจน์” ยื่นสอบไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” สัปดาห์หน้า ถามมีอำนาจคุ้มกะลาจริงหรือไม่


