กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ กับมาตรการที่เข้มงวดขึ้นของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ที่ออกมาเน้นย้ำว่า ศรชล. ยืนยันไม่ปิดอ่าวไทย ย้ำมาตรการบังคับใช้เฉพาะเรือสัญชาติไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเรือชาติอื่น ๆ อย่างแน่นอน เรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร และมีรายละเอียดที่น่าสนใจอะไรบ้าง มาติดตามกันครับ
ศรชล. ยืนยันไม่ปิดอ่าวไทย ย้ำมาตรการบังคับใช้เฉพาะเรือสัญชาติไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา
พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีประเด็นสำคัญคือการขออนุมัติยกระดับมาตรการตามมาตรา 27 เพื่อบูรณาการกลไกการควบคุมและเฝ้าระวังเรือสินค้าพาณิชย์ เรือประมง และเรือสนับสนุนการประมง ที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งน้ำมันหรือสินค้ายุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา
ที่สำคัญคือ ศรชล. จะพิจารณาประกาศพื้นที่โดยรอบทะเลอาณาเขตรอบท่าเรือกัมพูชาเป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทำไมต้องเน้นเฉพาะเรือสัญชาติไทย?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมมาตรการนี้จึงเน้นไปที่เรือสัญชาติไทยเท่านั้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ได้ให้ความมั่นใจว่า มาตรการนี้ไม่มีผลกระทบต่อเรือของต่างชาติ เป็นการบริหารจัดการเฉพาะเรือที่ชักธงไทย หรือเรือสินค้าของไทยเท่านั้น
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าเรือของไทยไปรับน้ำมันจากประเทศที่สามมาส่งให้กัมพูชานั้น ทาง ศรชล. ขอตรวจสอบข้อมูลก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำธุรกิจโดยทั่วไป และในส่วนของกัมพูชาก็ต้องตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เนื่องจาก ศรชล. มีมาตรการที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
“ขอยืนยันว่าไม่ได้ปิดน่านน้ำตามที่เป็นข่าวมาก่อนนี้ เพียงแต่ทำให้เกิดความปลอดภัย และการปฏิบัติการมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในส่วนของภาคเอกชน โดยเฉพาะเรือไทย” พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าว
เมื่อถามถึงระยะเวลาในการบังคับใช้มาตรการนี้ หาก สมช. อนุมัติ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ตอบว่า ต้องดูตามสถานการณ์ ยังไม่สามารถระบุได้
สรุปแล้ว มาตรการที่ออกมานี้มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมการลักลอบขนส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชา โดยเน้นที่เรือสัญชาติไทยเป็นหลัก และยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเรือชาติอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทย
การที่ ศรชล. ยืนยันไม่ปิดอ่าวไทย ย้ำมาตรการบังคับใช้เฉพาะเรือสัญชาติไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา ถือเป็นการดำเนินการที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยบางส่วน แต่ในภาพรวมแล้ว เชื่อว่าจะนำไปสู่ความมั่นคงทางทะเลที่ยั่งยืนมากขึ้น และช่วยป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้ประกอบการเรือไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ควรศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อม เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และร่วมมือกับ ศรชล. ในการรักษาความปลอดภัยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลต่อไป
ที่มา – ศรชล. ยืนยันไม่ปิดอ่าวไทย ย้ำมาตรการบังคับใช้เฉพาะเรือสัญชาติไทย สกัดน้ำมัน-ยุทธปัจจัย เข้ากัมพูชา


