ข่าวเศร้าสะเทือนใจคนรักธรรมชาติ เมื่อ “ศรีโกสา” เสือโคร่งตัวสำคัญของฐานข้อมูลประชากร “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” สิ้นใจแล้ว ตามวัฏจักรของธรรมชาติ ทีมวิจัยจากสถานีวิจัยดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับแจ้งสัญญาณจากปลอกคอ GPS และพบโครงกระดูกของเสือโคร่งตัวผู้ตัวนี้ ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญในฐานข้อมูลประชากรเสือโคร่งของพื้นที่ป่าทั่วใหญ่ผืนนี้
“ศรีโกสา” เสือโคร่งตัวสำคัญของฐานข้อมูลประชากร “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” สิ้นใจแล้ว
วันที่ 17 เมษายน 2567 เพจเฟซบุ๊กของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์แจ้งข่าวการจากไปของศรีโกสา หรือ TLT-119M เสือโคร่งตัวผู้ที่ทุกคนจับตามอง ศรีโกสาไม่ใช่แค่เสือตัวธรรมดา แต่เป็นเสือที่ทีมนักวิจัยติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาพฤติกรรม นิเวศวิทยา และช่วยประเมินจำนวนประชากรเสือโคร่งในระบบนิเวศดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นป่าที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติต่างๆ เช่น ทับลาน ปางสีดา และเขาใหญ่
ประวัติของ “ศรีโกสา” ตั้งแต่พบครั้งแรก
ศรีโกสา ปรากฏตัวครั้งแรกในกล้องดักถ่ายภาพของทีมวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 พบทั้งในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและปางสีดา ต่อมาในเดือนเมษายน 2566 ทีมได้ติดปลอกคอ GPS ดาวเทียมให้เขา เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวและการใช้พื้นที่อย่างละเอียด นั่นคือตอนที่เขาได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ศรีโกสา” ซึ่งมาจากรหัส TLT-119M โดย TLT ย่อมาจาก Thap Lan Tiger หรือเสือทับลาน
จากข้อมูลปลอกคอ ศรีโกสาแสดงให้เห็นถึงชีวิตของเสือโคร่งหนุ่มที่แข็งแกร่ง เขามีอาณาเขตหากินกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองอุทยานฯ โดยมีเสือเมียในความดูแลถึง 2 ตัว และที่พิเศษคือ เขาได้สืบสานพันธุ์โดยให้กำเนิดลูกเสือถึง 3 ตัว กับ “แม่ทับลาน” (TLT-106F) กล้องดักถ่ายภาพจับภาพแม่ลูกได้ชัดเจน ขณะที่แม่ทับลานพาลูกๆ เดินอย่างสง่างามในป่า
สัญญาณเตือนภัยจากบาดแผลที่ขา
เข้าสู่ปี 2567 สัญญาณกังวลเริ่มปรากฏ เมื่อกล้องดักถ่ายภาพในเดือนมกราคม จับภาพศรีโกสาได้ขณะที่มีอาการบวมที่ข้อศอกขาซ้าย เขาเดินกะโผลกกะเผลก ลงน้ำหนักด้วยขาเพียง 3 ขา สำหรับเสือโคร่งนักล่าที่ต้องอาศัยร่างกายที่สมบูรณ์แบบ บาดแผลนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้การล่าสัตว์และการต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาเขตยากลำบากยิ่งขึ้น นักวิจัยคาดว่านี่อาจเกิดจากการต่อสู้กับเสือตัวอื่น หรืออุบัติเหตุในป่า
- อาณาเขตหากิน: ครอบคลุมอุทยานทับลานและปางสีดา
- คู่ครอง: เสือเมีย 2 ตัว
- ลูกหลาน: ลูกเสือ 3 ตัวกับ TLT-106F
- บาดแผล: ข้อศอกขาซ้ายบวม เดิน 3 ขา
บทสุดท้าย: พบโครงกระดูกในป่าลึก
ในเดือนเมษายน ทีมวิจัยรีบรุดไปยังจุดพิกัดสุดท้ายที่ปลอกคอส่งสัญญาณ พบโครงกระดูกของศรีโกสาที่สวมปลอกคอยังอยู่ การสำรวจพื้นที่รอบๆ ไม่พบร่องรอยการลักลอบล่า หรือภัยจากมนุษย์ แต่พบเกล็ดและกลิ่นของลิ่นกระจายอยู่ นักวิจัยจึงสรุปว่าลิ่นน่าจะเป็นเหยื่อมื้อสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายที่อ่อนแอจากบาดแผลจะยอมจำนนต่อธรรมชาติ
การจากไปของ “ศรีโกสา” เสือโคร่งตัวสำคัญของฐานข้อมูลประชากร “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” สิ้นใจแล้ว สะท้อนถึงความโหดร้ายของชีวิตในป่า ที่มีการแข่งขันดุเดือดเพื่อพื้นที่และอาหาร แต่ศรีโกสาได้ทำหน้าที่ของพ่อเสือได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาทิ้งลูกหลานไว้ให้ป่า 3 ตัว ซึ่งตอนนี้กำลังเติบโตและจะสืบทอดอาณาเขตของพ่อ วัฏจักรแห่งชีวิตในป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่จะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของโครงการติดตามเสือโคร่งด้วยเทคโนโลยี GPS ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจประชากรเสือในไทยได้ดีขึ้น ปัจจุบัน ประชากรเสือโคร่งในไทยเหลือน้อยมาก การสูญเสียแต่ละตัวจึงมีคุณค่ามหาศาล นอกจากนี้ ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญที่เชื่อมโยงป่าตะวันออกของไทย ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อคิดเห็น: การจากไปของศรีโกสาแสดงให้เห็นว่าธรรมชาติมีสมดุลของตัวเอง แต่ภัยคุกคามจากมนุษย์อย่างการบุกรุกป่าและการล่าแบบผิดกฎหมายยังคงเป็นปัญหาใหญ่ หากเราต้องการเห็นเสือโคร่งลูกของศรีโกสาเติบโตแข็งแรง ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องผืนป่าเหล่านี้
CTA: ชวนเพื่อนๆ มาแชร์ข่าวนี้ และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ของกรมอุทยานฯ กันเถอะ! ถ้ามีโอกาส ลองไปเยี่ยวนกเขาใหญ่เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่ศรีโกสาเคยปกป้อง
ที่มา – “ศรีโกสา” เสือโคร่งตัวสำคัญของฐานข้อมูลประชากร “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” สิ้นใจแล้ว


